Project : The Tree Hua Mak by Pruksa

Posted on ตุลาคม 23, 2018, 5:05 am
2 mins

Project : The Tree Hua Mak by Pruksa

ในความที่ผมเคยเป็นคนที่เคยอยู่อาศัยและเติบโตมาในทำเล ลาดพร้าว บางกะปิ และ รามคำแหง มาก่อน ถ้าให้ผมบอกหรือพูดถึงสถานที่สำคัญในทำเลนี้ ผมก็ขอบอกแบบไม่ต้องคิดเยอะเลยว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหง น่าจะเป็นสถานที่สำคัญอันดับต้นๆและเป็นศูนย์รวมของคนและการอยู่อาศัยในทำเลนี้อย่างแท้จริง แบบไม่น่าจะมีใครกล้าเถียงหรือโต้แย้งเนอะ

ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้จากจำนวนที่พักอาศัยที่อยู่รายรอบตัวมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคา ตั้งแต่ หอพัก อพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า บ้านเช่า โรงแรม และ คอนโดมิเนียม คือ สำหรับทำเลนี้ทั้ง Demand และ Supply จัดว่าแน่นจริงๆ ซึ่งเอาเข้าจริงวันนี้ Supply ที่มีอยู่แม้ว่าจะมีเพิ่มขึ้นทุกปี หรือจะมีมากแค่ไหนก็ดูจะไม่พอเพียงกับ Demand ของคนที่ต้องการเข้ามาอยู่อาศัยในทำเลนี้ 

โดยส่วนใหญ่คนที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ก็จะเน้นหลักไปที่ กลุ่มเด็กนักศึกษา นักเรียน (2 กลุ่มนี้ก็คงไม่แปลกเนอะ เพราะทำเลนี้เป็นศูนย์รวมของมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาชื่อดังหลายๆแห่ง) และอีกกลุ่มหนึ่งที่ใครหลายคนอาจมองข้ามหรือนึกไม่ถึง นั้นคือกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มเริ่มต้นวัยทำงาน

อะไร หรือ ทำไม ?? คนเริ่มต้นวัยทำงานถึงอยู่อาศัยในทำเลนี้กันเยอะ ในเมื่อทำเลนี้ก็ไม่ได้เดินทางสะดวกหรือใกล้รถไฟฟ้าแต่อย่างใด (แต่ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้วนะ ซึ่งแถวนี้น่าจะเจริญขึ้นกว่านี้อีกเยอะแน่นอน)

ผมมองว่าเกิดจากเหตุผลหลักๆ คือ ความคุ้นชินในทำเล และ ต้นทุนค่าครองชีพต่ำ

 – ความคุ้นชินในทำเล : ผมขอยกตัวอย่างพฤติกรรมของเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงนะครับ โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหงจะให้นักศีกษาสามารถใช้ระยะเวลาในการเรียนได้สูงสุดถึง 8 ปี ทำไมถึงนานขนาดนั้น? เพราะนักศึกษาหลายๆคนจะเรียนหนังสือและทำงานไปพร้อมๆกัน ดังนั้นหลายคนเรียนจบก็ไม่ได้อยากจะย้ายบ้าน ย้ายที่อยู่ไปไหน คืออยู่แถวนี้มานานเกือบครึ่งชีวิต เลยกลายเป็นความเคยชินในทำเล

 – ต้นทุนค่าครองชีพต่ำ : ราคาค่าเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า บ้านเช่า โรงแรม และ คอนโดมิเนียม มีให้เลือกหลากหลายเกรดหลากหลายราคา และค่าครองชีพในส่วนของอาหารการกิน ในทำเลนี้ถือว่าราคาเป็นมิตรกับทั้งเด็กนักศึกษา และ คนทำงานเริ่มต้นที่รายได้ไม่สูง แบบว่าอิ่มท้องสบายกระเป๋ากันไปนะครับ

แต่เคยสงสัยกันมั้ยครับ? แล้วถ้าวันหนึ่ง คนที่เคยอยู่อาศัยในรูปแบบการเช่าในทำเลนี้ ถ้าเค้าจะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมเค้าจะให้ความสนใจโครงการในรูปแบบไหน? และทำเลไหนที่เค้าจะให้ความสนใจ? … ผมเชื่อว่าบางคนก็อาจจะมองทำเลอย่าง พระราม 9 สี่แยกคลองตัน หรือ สี่แยกรามคำแหง ซึ่งจริงๆผมก็มองว่าก็น่าจะเป็นทำเลเหล่านี้แหละครับ แต่เดี๋ยวก่อน… นั้นอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของคำตอบหรอกนะครับ

เพราะยังมีอีกหนึ่งทำเล ที่เป็นทำเลศูนย์กลางและเป็นทำเลยอดฮิตของคนในทำเลนี้เลย โดยเฉพาะสาย Shopping พ่อค้า และ แม่ค้า  นั้นก็คือทำเลที่ตั้งของห้างฯThe Mall Bangkapi ทำเลที่จัดเป็นหัวใจของการดำรงชีวิต และ เศรษฐกิจ ของทำเลโซน ลาดพร้าว บางกะปิ และ รามคำแหง แถมในอนาคตการเดินทางในทำเลนี้จะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการมาของรถไฟฟ้าถึง 3 สายที่จะตัดผ่านทำเลนี้ แถมมีการเดินทางตัวเลือกเสริมอย่างการเดินทางด้วยเรือ (คลองแสนแสบ)

และด้วยการที่ทำเลมีศักยภาพในอนาคต บวกกับความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลนี้มีจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงเริ่มเห็นโครงการคอนโดมิเนียมของหลากหลาย Dev เข้ามาเปิดตัวโครงการในทำเลนี้อย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และอีกหนึ่งโครงการที่มีความน่าสนใจที่ผมจะขอมานำเสนอในบทความนี้นั้นก็คือ โครงการ The Tree Hua Mak by Pruksa

โดยความน่าสนใจของโครงการนี้นอกเหนือจากเรื่องของทำเลที่อยู่ใกล้ใจกลางแหล่ง Shopping อย่างห้างฯ The Mall Bangkapi หรือเดินทางสะดวกในอนาคตเพราะใกล้จุดเชื่อมต่อ สถานีรถไฟฟ้าถึง 3 สายแล้ว Concept ของโครงการ และ Unit Plan ของโครงการนี้ก็ยังมีความน่าสนใจเช่นกัน ซึ่งก็น่าจะตอบโจทย์สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองในทำเลนี้ได้ไม่ยาก

ดังนั้นสำหรับบทความ Project : The Tree Hua Mak by Pruksa ผมจะขอทำการกล่าวถึง Concept ต่างๆของโครงการนี้ ทั้งเรื่องของ Facilities สัดส่วนของยูนิตในโครงการ (จำนวนยูนิตต่อชั้นถือว่าน้อยมาก) และ วิเคราะห์ในส่วนของ Function Layout ของแต่ละ Unit Plan ว่าจะมีส่วนไหนที่มีความน่าสนใจกันบ้างนะครับ

 

Project Information :

ทำเลที่ตั้งโครงการ : ถ.รามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ (ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย และ เดอะมอลล์ บางกะปิ )

ขนาดที่ดิน : 3 – 2 – 69.6 ไร่

ลักษณะโครงการ : อาคารชุดพักอาศัย High Rise 31 ชั้น 3 อาคาร + อาคารบริการ และ ห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ 4 ชั้น 1 อาคาร + อาคารจอดรถ 10 ชั้น 1 อาคาร

จำนวนยูนิต : 589 ยูนิต + Shop 1 ยูนิต

Unit Type : จำนวนยูนิตต่อชั้น มีเพียง 7 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ; ส่วนของห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายของโครงการจะมีด้วยกัน 2 Type (1 Bedroom + 2 Bedroom) 

Studio ขนาด 23.02 – 23.14 ตร.ม. (จำนวนยูนิต 85 ยูนิต)

ห้อง Studio ขนาด 23.02 – 23.14 ตร.ม. จะเป็นยูนิตขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้ โดยการออกแบบ Function Layout ของห้องจะเน้นในส่วนของพื้นที่ Function : Living + Bedroom รวมกัน ส่วนของ Function : Kitchen จะอยู่บริเวณส่วนของทางเข้าห้องขนาดพื้นที่ในส่วนนี้จะไม่ใหญ่มากนักและมีฉากกั้นกระจกบานเลื่อน เพื่อความเป็นสัดส่วน

 

1 Bedroom ขนาด 25.69 – 26.76 ตร.ม. (จำนวนยูนิต 336 ยูนิต)

สำหรับ 1 Bedroom ขนาด 25.69 – 26.76 ตร.ม. น่าจะเป็น Unit Plan ที่เป็นที่มีความน่าสนใจมากที่สุดสำหรับ Unit Plan ทั้งหมดของโครงการนี้เลย ด้วยความพิเศษที่เป็นห้องแบบหน้ากว้าง 8 เมตร ถ้าใครที่ได้แวะไปชมห้องตัวอย่างจริงแล้ว ผมเชื่อว่าต้องมีร้องว้าวแน่นอน … แต่ถ้าใครที่ยังไม่ได้แวะไปชม ผมถ่ายภาพห้องตัวอย่างจริงพร้อมบทวิเคราะห์มาฝากนะครับ

เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาจะเจอกับส่วนของพื้นที่ Function : Living + Dining และด้วยความที่เป็นห้องหน้ากว้าง บวกกับพื้นที่ในส่วนนี้อยู่ติดกับบานหน้าต่างและบานหน้าต่างยังกว้างเท่ากับขนาดของพื้นที่ Function ส่วนนี้อีก จึงทำให้ได้ความรู้สึกโปร่งโล่งในการอยู่อาศัยใน Function ส่วนนี้แบบสุดๆไปเลย

ส่วนของห้องที่อยู่ด้านหลังของ Function : Living จะเป็นส่วนของ Function : Bedroom ขนาดของพื้นที่ในส่วนนี้ถูกออกแบบให้มีสัดส่วนพอๆกับส่วนของ Function : Living และยังได้บานหน้าต่างกว้างเท่าขนาดความกว้างของห้องเช่นกัน อันนี้ผมมองว่าถือว่าโครงการนี้จัดเต็มและกล้าให้มากๆ ดีครับ ส่วนตัวชอบมากๆ

และภายใน Function : Bedroom นี้ยังสามารถจัดวางทั้งส่วนของตู้เสื้อผ้าแบบ 3 บาน + มุมทำงาน หรือจะปรับให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งของคุณผู้หญิงสำหรับแต่งหน้า ทาครีมก็สามารถทำได้ 

กลับมาที่ส่วนของ Function : Living อีกฝั่งหนึ่ง จะเป็นส่วนของ Function : Kitchen + Bathroom + ระเบียง (ตำแหน่งชั้นวางทีวีแอบแคบไปหน่อยนะครับ T-T)

ส่วนของ Function : Kitchen จะอยู่ตรงกลางระหว่าง Function : Bathroom กับระเบียงของห้อง ไม่มีฉากกันกระจกกันระหว่าง Function ส่วนนี้กับส่วนของ Function : Living นะครับ

 

2 Bedroom ขนาด 42.56 – 42.54 ตร.ม. (จำนวนยูนิต 168 ยูนิต)

สำหรับห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 42.56 – 42.54 ตร.ม. จะเป็นห้องที่มีหน้าความกว้าง 8 เมตร เช่นกัน โดย Function ของห้องจะเป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่งจะแยก Function : Bedroom ออกซ้าย-ขวา โดยมีส่วนของ Function : Living + Kicthen + Dining และ ระเบียง อยู่ในส่วนพื้นที่ตรงกลางของห้อง

ส่วนของ Function : Living จะอยู่ในตำแหน่งที่ติดกับกระจกบานเลื่อนที่สามารถเดินออกไปส่วนของพื้นที่ระเบียงของห้องด้านนอกได้

ส่วนของ Function : Kitchen จะเป็นแบบครัวเปิด อยู่ด้านข้างของประตูทางเข้าของห้อง แนะนำว่าเวลาที่ปรุงอาหารหนักๆควรปิดประตูห้องนอนด้วยนะครับ หรือเลี่ยงการปรุงอาหารหนักๆภายในห้องก็อุ่นใจกว่านะครับ 555+

ส่วนของ Function : Master Bedroom จะมีส่วนของบานกระจกเข้ามุม ซึ่งบริเวณมุมดังกล่าวสามารถแต่งเป็นมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือ ตามแบบห้องตัวอย่างก็ดูลงตัวและใช้ประโยชน์พื้นที่ส่วนนี้ได้จริงนะครับ

ส่วน Function : Bedroom ขนาดพื้นที่ของห้องจะเล็กกว่าพื้นที่ของ Master Bedroom นิดหน่อย และไม่มี Bathroom ส่วนตัวภายในห้อง แต่ก็มีข้อดีตรงได้กระจกบานกว้าง เกือบเท่ากับขนาดความกว้างของห้อง

ด้วยความที่ Unit Plan นี้อยู่ในตำแหน่งมุม ดังนั้นในส่วนของ Function : Bathroom ที่อยู่ในห้อง Master Bedroom จะมีส่วนของบานกระจกกระทุ้ง เพื่อช่วยในเรื่องของแสงสว่าง และ การระบายอากาศหรือความชื้นภายในห้อง

Floor Plan :

Ground Fl. : Facilities

 

02 Fl. : Facilities และทางเดินเชื่อมต่อในแต่ละอาคารสู่อาคารจอดรถ

03-30 Fl. : ยูนิตพักอาศัย

 

31 Fl. : Facilites + ยูนิตพักอาศัย + ทางเดินเชื่อมแต่ละอาคาร

Facilities : 

อาคาร A : Third Place
ชั้น 1 :  Lifestyle Lobby , Lift Lobby , ร้านค้า ; ชั้น 3 : Co Working Space , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 2 ของอาคาร B) ; ชั้น 4 : Active Gym

อาคาร B : อาคารพักอาศัย
ชั้น 1 : Co-living Lobby ; ชั้น 2 : Relaxing Room , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 3 ของอาคาร A) ; ชั้น 31 : O2 Lounge , Theatre room , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 30 ของอาคาร C)

อาคาร C : อาคารพักอาศัย
ชั้น 1 : Co-Living Lobby  ; ชั้น 2 : Relaxing Room , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 2 ของอาคาร B และ D) ; ชั้น 30 : O2 Creative Zone , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 31 ของอาคาร B และ D) ; ชั้น 31 : Panoramic Pool with Jacuzzi & Pool Deck  , Kid’s Pool , Panoramic View Deck

อาคาร D : อาคารพักอาศัย
ชั้น 1 : Co-Living Lobby ; ชั้น 2 : Relaxing Room , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 2 ของอาคาร C และชั้น 4 ของอาคาร E : อาคารจอดรถ) ; ชั้น 31 : – Panoramic Chillaxing Zone , Co-Kids Playground  , Sky Walk Way (เชื่อมไปชั้น 30 ของอาคาร C)

อาคาร E : อาคารจอดรถ
ชั้น 1-9 : อาคารจอดรถ (ชั้น 4 มี Sky Walk Way เชื่อมไปที่ชั้น 2 ของอาคารพักอาศัย) ; ชั้น 10 : Sport Yard , Courtyard Garden , Play Ground , ศาลานั่งเล่น , ลานอเนกประสงค์ , สวนส่วนกลาง

Other : กล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง , ระบบผ่านเข้าออกโครงการ (Gate Barrier) , ระบบเข้าออกอาคารโดย ระบบ Key card , ระบบผ่านเข้าออกลิฟท์แบบล็อคชั้น , Wifi บริเวณ Lobby

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จำนวนที่จอดรถ : 271 คัน (ไม่นับรวมจอดซ้อนคัน)

ค่าส่วนกลางและค่ากองทุน : xx / xxx บาทต่อตร.ม.

ราคาเริ่มต้น : 1.99 ล้านบาท**  (ผ่อนเริ่มต้น 2,999 บาทต่อเดือน)

 

ก็จะประมาณนี้นะครับ สำหรับบทความ Project : The Tree Hua Mak by Pruksa โครงการที่ไม่ได้มีดีแต่เพียงเฉพาะเรื่องของทำเล ใกล้ห้างฯ หรือ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า 3 สาย แต่โครงการนี้ยังมีความโดดเด่นทั้งเรื่องของ Concept โครงการ (Facilities ใส่มาแบบจัดเต็ม , จำนวนยูนิตทั้งโครงการน้อย , จำนวนยูนิตต่อชั้นเพียง 7 ยูนิต) และ Unit Plan (1 Bedroom และ 2 Bedroom หน้ากว้าง 8 เมตร)

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผมว่าโครงการนี้น่าจะตอบโจทย์สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ และ น่าจะทำให้ใครหลายคนที่เดิมที่อยู่อาศัยในรูปแบบของการเช่าต่อเดือน เริ่มสนใจอยากจะเป็นเจ้าของยูนิตในโครงการนี้ไว้อยู่อาศัยเองไม่มากก็น้อย 

ดังนั้นสำหรับใครที่อ่านบทความนี้จบแล้ว เกิดความสนใจโครงการ The Tree Hua Mak by Pruksa ผมแนะนำว่าให้ลองแวะเข้าไปชมห้องตัวอย่างจริงที่โครงการนะครับ เพราะข้อมูลบางอย่างโดยเฉพาะ Facilities ต่างๆ ของโครงการนี้มีรายละเอียดเยอะจริงครับ ดังนั้นผมอาจพูดไม่หมด หรือ อธิบายความดีงามได้ไม่ครบเท่ากับฝ่ายขายโครงการนะครับ ก็เลยแนะนำว่าให้เข้าไปชมด้วยตัวเองเลย น่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนนะครับ แต่ถ้าไปชมแล้วเกิดข้อสงสัย หรือ ไม่แน่ใจว่าจะเลือกยูนิตไหน ตำแหน่งไหนดี ก็สามารถพิมพ์เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผมได้เช่นเคยนะครับ

 

เพิ่มเติมครับ …

Project : The Tree Hua Mak by Pruksa ทางโครงการจะมีการจัดงานเปิดตัวในวันที่  27 ต.ค.นี้

ซึ่งภายในงานจะมีการจับฉลากห้องราคาพิเศษ ดังนี้
ห้อง Studio : ราคา 1.99 ลบ. *
ห้อง 1 Bedroom : ราคา 2.39 ลบ.*

หรือรับส่วนลดพิเศษ สำหรับห้องราคาปกติ ส่วนลดภายในวันงานมูลค่าสูงสุด 200,000บาท
และถ้ามาจากเพจยังสามารถแจ้งเพื่อรับ Voucher The Mall เพิ่ม อีก 10,000 บาท

 

ลงทะเบียนรับข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2zZWtuQ

เบอร์โทร : 1739

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

 

 

Comments

comments