Project : One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development [ พาชมห้องตัวอย่าง ]

Posted on สิงหาคม 08, 2018, 3:53 am
5 mins

Project : One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development [ พาชมห้องตัวอย่าง ]

สำหรับใครที่มีความชื่นชอบหรือสนใจในแวดวงของอสังหาฯ โดยเฉพาะในส่วนของคอนโดมิเนียม ก็คงจะไม่มีใครที่จะไม่รู้จักทำเลยอดฮิต สุดยอดทำเลแห่งอนาคต ( New CBD ) อย่างทำเล พระราม 9 – อโศก

โดยความน่าสนใจของโครงการที่ตั้งอยู่บนทำเลพระราม 9 นั้นก็คือ เรื่องของความที่ทำเลพระราม 9 ถือว่าเป็นทำเลใหม่ที่มีการพัฒนาเติบโตอย่างต่อเนื่อง แบบก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตนั้น เกิดจากทั้งในส่วนของ Supply จากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ และ ส่วนของ Office Building ซึ่งทำให้ เราเริ่มที่จะมองเห็นภาพกันชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ทำเลพระราม 9 จะกลายเป็นทำเลที่เป็นศูนย์รวมของย่านการค้า เศรษฐกิจ ของประเทศนี่อย่างแน่นอน

และเมื่อพูดถึงโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลพระราม 9 อีกหนึ่งโครงที่มีความน่าสนใจ และน่าจะมีใครหลายคนพูดถึงกันในปีนี้ คงหนีไม่พ้น Project : One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development ซึ่งผมก็เคยได้เขียนบทความถึงความน่าสนใจของโครงการนี้ ให้ทุกคนได้อ่านกันไปแล้วก่อนหน้านี่ช่วงต้นปี

โดยบทความในตอนนั้น ถ้าผมจำไม่ผิด จะเป็นบทความ Preview ซึ่งผมจะเน้นการนำเสนอในเรื่อง Concept ของโครงการนี่เป็นหลัก และที่จริงผมก็เคยมีแอบบอก Unit Recommended ตำแหน่งยูนิต ที่ตัวผมเองแอบสนใจไปทางหน้าเพจบ้างแล้ว (ว่าแต่… มีใครได้จองตำแหน่งที่ผมแนะนำไปบ้างมั้ยเอย? บอกเลยว่ายินดีด้วยครับ และ พี่อิจฉามากๆพูดเลย)​

ดังนั้นในส่วนของบทความนี่ Project : One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development [ พาชมห้องตัวอย่าง ] ก็ตามชื่อเรื่องเลยครับ ด้วยความที่ตอนนี่ห้องตัวอย่างของโครงการเค้าสร้างเสร็จ พร้อมเปิดให้สำหรับใครที่สนใจสามารถแวะเข้าชมกันได้แล้ว

ผมเลยอยากจะขอพาทุกๆคนไปชมบรรยากาศห้องตัวอย่างของโครงการ One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development พร้อมทำการวิเคราะห์ในส่วนของ Functionในแต่ละ Unit Type ซึ่งห้องตัวอย่างของโครงการนี่จะมีด้วยกันทั้งหมด 4 Unit Type

1 Bedeoom – Type E 35.5 sq.m., Type A 40.5 sq.m., Type B 41.0 sq.m.

2 Bedroom – Type D 68.0 sq.m.

และก่อนที่ผมเริ่มทำการวิเคราะห์ในส่วนของ Function ในแต่ละ Unit Type ผมขอนำข้อมูล Project Information ของโครงนี้ กลับมาทบทวนกันก่อนก็แล้วกันนะครับ

Project Information

ทำเลที่ตั้งโครงการ : ซอย 5 ถ.พระราม 9 ห้วยขวาง กทม. ( 250เมตร หรือระยะเดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า MRT พระราม 9 ) วัดระยะจาก ทางออก MRT ตรง G Tower

โครงการอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆ เช่น อาคารสำนักงาน (Super Tower / G Tower / Uniliver Tower / The Ninth Tower / Fortune Town / True Tower / The Stock Exchange Of Thailand / Etc.) , ใกล้ห้างสรรพสินค้า และ ร้านค้า ( Central พลาซ่า Rama 9 / Esplanade Ratchadapisek + ตลาดนัดรถไฟรัชดา / Show DC / Tesco Lotus ) , ใกล้สถานพยาบาล ( โรงพยาบาล พระราม 9, โรงพยาบาลปิยเวท ) และยังใกล้สถานที่สำคัญอย่าง สถานทูตจีน

ขนาดที่ดิน : 11 – 1 – 6 ไร่

ลักษณะโครงการ : อาคารชุดพักอาศัย High Rise 61 ชั้น (2 อาคาร) + Premium Retail Shops

Tower A – 954 ยูนิต

Tower B – 957 ยูนิต

จำนวนยูนิตทั้งหมด : 1,911 ยูนิต ( 18 ยูนิตต่อชั้น เท่านั้น) + Premium Retail Shops ( 28 ยูนิต )

Floor Plan :
Master Plan ภาพรวมพื้นที่สีเขียวของโครงการนี้ถือว่าใหญ่มากๆ นับรวมๆเกือบ 8ไร่ 

Fl.9 – 60 : ยูนิตพักอาศัย (ด้วยความที่มี 2 อาคารจึงทำให้ในแต่ละอาคารจะมียูนิตต่อชั้นสูงสุด เพียง 18 ยูนิต : ชั้น เท่านั้น)

Unit Type :

– 1 Bedroom Junior Suite ( 25.5 – 27.5 Sq.m.)


– 1 Bedroom Deluxe ( 35 – 69.5 Sq.m.)

 

– 2 Bedroom Deluxe ( 55 – 67.5 sq.m. )

– 3 Bedroom Exclusive ( 94 – 109.5 sq.m. )

– Penthouse ( 194 – 271.5 sq.m. )

Facilities : พื้นที่ส่วนใหญ่ของ Facilities ของโครงการนี้จะอยู่ที่ชั้น 8 พื้นที่ด้านบนของส่วนอาคารจอดรถที่อยู่ตรงกลางเชื่อมต่อระหว่าง Tower A กับ Tower B

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จำนวนที่จอดรถ : 951 คัน ประมาณ 50% (ไม่นับรวมซ้อนคัน)

ค่าส่วนกลาง / เงินกองทุน : 55 / 600 บาทต่อตร.ม.

ราคาเริ่มต้น : 3.69 ล้านบาท*** ( ราคาต่อตร.ม.เฉลี่ย น่าจะประมาณ 165,000 บาทต่อตร.ม.)

ก็จบกันไปนะครับ ในส่วนของ Project Information ของโครงการ One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development ซึ่งผมจะขอไม่ยืดเยื้อหรือขยายความต่อในส่วนของ Project Information เพราะคิดว่าหลายๆคนคงทราบถึงความดีงามของ Concept โครงการนี้กันหมดแล้วเนอะ

ดังนั้นผมขอมาต่อกันด้วย ในส่วนของการวิเคราะห์ทั้ง 4 Unit Type ที่เป็นห้องตัวอย่างของโครงการนี่กันเลยนะครับ (ภาพถ่ายทั้งหมด ที่ผมใช้ในการเขียนวิเคราะห์ ผมถ่ายจาก Show Unit จริง ที่สำนักงานขายของโครงการนะครับ)

– 1 Bedroom Junior Suite : Type E ขนาดพื้นที่ 35.5 sq.m.

สำหรับ 1 Bedroom Junior Suite : Type E ขนาดพื้นที่ 35.5 sq.m. จะเป็น Unit Plan ที่มีรูปแบบการจัดวาง Layout จะเป็นแบบห้องตอนลึก ในส่วนของ Function โดยรวมของ Unit Plan นี้

Function : Living + Dining จะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในตำแหน่งใจกลางของห้องและเชื่อมต่อกับส่วนของ Function : Bedroom + Kitchen โดยการแบ่งพื้นที่ของแต่ละ Function ภายในห้องจะใช้เป็นกระจกบานเลื่อน เพื่อช่วยในส่วนของเรื่องของแสงสว่าง และความโปร่งโล่งภายในห้อง และ ส่วนของ Function​ : Kitchen​ ของ Unit Plan นี่จะได้เป็นแบบพื้นที่ครัวปิดอีกด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นสัดเป็นส่วน และลดปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหาร

ส่วนของ Function : Bedroom จะอยู่ในตำแหน่งที่ติดกับพื้นที่ของระเบียง กันด้วยกระจบบานเลื่อนขนาดใหญ่ และ เชื่อมต่อกับส่วนของ Function : Bathroom แสดงว่าสำหรับการอยู่อาศัยจริง ถ้าจะใช้งานในส่วนของ Function : Bathroom จะต้องเดินผ่านในส่วนของ Function : Bedroom นะครับ

สรุปภาพรวม 1 Bedroom Junior Suite : Type E ขนาดพื้นที่ 35.5 sq.m.

การออกแบบ Function ถือว่าครบถ้วนและดูลงตัว โอเคเลยครับ และผมว่าหลายคนคงจะชอบ Unit Type นี้เพราะ… ราคา

คือ ราคา Unit Type นี้ถือว่าน่าจะต่ำที่สุด สำหรับ Unit Plan ที่เป็นห้องตัวอย่างของโครงการนี้ เพราะมีขนาดพื้นที่เล็กที่สุด 

เออ…

ดีเพราะราคา และพี่จะมานั่งวิเคราะห์ Function Unit Plan ไปทำเพื่ออะไร? ครับพี่

555+ จริง ผมล้อเล่นครับ คือ ข้อดีที่ทำให้ Unit Plan นี่น่าสนใจนอกเหนือจากราคา คือ การการออกแบบให้ Unit Plan นี้มี Function : Kitchen เป็นแบบครัวปิดได้ เพราะจะเป็นการช่วยลดเรื่องของกลิ่นระบบกวนเวลาประกอบอาหาร ไปรบกวนในส่วนพื้นที่ Function อื่นๆของ Unit Plan นี้

– 1 Bedroom Deluxe : Type A ขนาดพื้นที่ 40.5 sq.m.

 

สำหรับ 1 Bedroom Deluxe : Type A ขนาดพื้นที่ 40.5 sq.m. จะเป็น Unit Plan ที่มีรูปแบบการจัดวาง Layout จะเป็นแบบห้องหน้ากว้าง ในส่วนของ Function : Kitchen จะอยู่บริเวณด้านหน้าของห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าห้องมาจะอยู่ด้านขวามือ เป็น Kitchen แบบเปิดเข้ามุม

ถัดจากส่วนของ Function : Kitchen ก็จะเป็นตำแหน่งการ วาง Dining แบบ 2 ที่นั่ง ใกล้จะเป็นส่วนของระเบียง ซึ่งอาจมีบางคนที่มองว่าระเบียงของ Unit Plan นี้ออกจะดูมีขนาดพื้นที่เล็กไปหน่อยแถมยังอยู่ในตำแหน่งที่ชนกับตำแหน่งห้องข้างเคียง คือ ระเบียงไม่มีวิวเลยจะดีมั้ย?

คือ ถ้าดูจากเจตนาในการออกแบบพื้นที่ระเบียงของ Unit Plan นี้ เน้นจัดสรรพื้นที่ในส่วนนี้ไว้สำหรับเป็นพื้นที่ ใช้สำหรับการซักล้างเท่านั้น

และเมื่อไม่ได้จัดวางตำแหน่งของระเบียงไปขวางระหว่างพื้นที่ห้องส่วนอื่นๆกับวิวสวยๆด้านนอก ดังนั้นส่วนของพื้นที่ Function : Living + Bedroom ซึ่งจะอยู่ติดกับส่วนของบานกระจกหน้าต่าง ก็จะสามารถได้วิวในมุมมองที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น   โดยเฉพาะถ้าดูจาก Unit Plan จะเห็นว่ากระจกในส่วนของ Living ยังจะเป็นบานกระจกแบบเข้ามุมเพิ่มเข้ามาในการช่วยเปิดมุมมองของวิวในส่วน Function ให้กว้างมากขึ้นอีกด้วย

ในส่วนของการแบ่งพื้นที่สัดส่วนของ Function : Living + Kitchen จะใช้เป็นฉากบานเลื่อนกระจกใสแบบ 3 ตอน เพื่อทำให้การอยู่อาศัยภายในพื้นที่แต่ละ Function ยังได้ความโปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึดอัด

ส่วนของพื้นที่ทางเดินด้านหน้า Function : Bathroom จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นซ้าย-ขวา สำหรับวางเป็นตู้เสื้อผ้า Build In ที่ให้ได้ความรู้สึกเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk In Closet

ในส่วนของ Function : Bathroom จะสามารถเข้าออกได้จากทั้ง Function : Living และ Bedroom โดย Function : Bathroom จะเป็นแบบ 3 Fixtures มีการแยกส่วนเปียกแห้งด้วยฉากกันอาบน้ำเป็นบานกระจกใส

สรุปภาพรวม 1 Bedroom Deluxe : Type A ขนาดพื้นที่ 40.5 sq.m. ส่วนตัวแล้วผมชอบ Unit Plan นี้มากที่สุด ด้วยความที่เป็น Unit Plan หน้ากว้าง และ ขนาดพื้นที่ในส่วนของ Function : Kitchen และ ระเบียง ที่กินพิ้นที่ห้องไม่มากนัก ทำให้ยิ่งเพิ่มความโดดเด่น และ Impact ให้กับ Function : Living + Bedroom ที่เป็นพระเอกของ Unit Plan นี้

แต่ถ้าใครไม่ชอบข้อดี ข้อด้อยของ Unit Plan นี้ เชิญอ่านต่อ… ในส่วนของบทวิเคราะห์ 1 Bedroom Deluxe : Type B ขนาดพื้นที่ 41.0 sq.m. (อารมณ์เหมือนทางโครงการออกแบบมาแก้ทางกันเลยครับ แบบว่าคุณต้องชอบไม่ Type A ก็ B นี่แหละ 5555+)

– 1 Bedroom Deluxe : Type B ขนาดพื้นที่ 41.0 sq.m.

สำหรับ 1 Bedroom Deluxe : Type B ขนาดพื้นที่ 41.0 sq.m. จะเป็น Unit Plan รูปแบบการจัดวาง Layout จะเป็นแบบห้องหน้ากว้าง เหมือนกันกับ 1 Bedroom Deluxe : Type A ขนาดพื้นที่ 40.5 sq.m. แต่รูปแบบการจัดวาง Function Layout จะมีความแตกต่างกัน อย่างที่บอกไป คือ เหมือนออกแบบมาเพื่อแก้เกม คือ ถ้าใครไม่ชอบ Function Layout ของ Type A ก็น่าจะชอบ Function Layout ของ Type B นี่แหละครับ

เริ่มด้วยการเปิดประตูห้องเข้ามา จะพบกับส่วนของ Function : Dining + Living ที่เชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่เดียวกัน ผนังด้านข้างจะยาวต่อกันเป็นชิ้นเดียวเรียบๆเลย (แอบมีเหลี่ยมเสาหน่อยๆ บริเวณด้านหลังของตำแหน่งการวางโซฟา) และพื้นที่ของ Function ส่วนนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกของตัวห้อง (อย่างที่บอกว่าแก้เกม มาจาก Function Layout ของ Type A) ดังนั้นส่วนของพื้นที่ระเบียงที่อยู่ติดกับ Function : Living ก็จะได้พื้นที่ความกว้างพอๆกับส่วนของ ความกว้างของ Function : Living ครับ

แล้ว Function : Kitchen อยู่ไหนอะครับพี่?

จริงๆ เวลาที่เราเปิดประตูห้องเข้ามา เราจะมองไม่เห็นในส่วนของ  Function : Kitchen นะครับ เนื่องจากFunctionในส่วนนี้จะแอบอยู่ด้านหลังของบานประตูทางเข้าหลักของห้องนั้นเอง ซึ่งในมุมนี้ผมชอบนะ แอบดูไม่รกตาเวลาเปิดประตูพาในมาเยี่ยมห้อง แถม Function ยังเป็นแบบครัวปิดอีกด้วย (แต่อาจจะดูแคบไปซักหน่อย ไม่เปิดกว้างแบบ Function Layout ของ Type A) การเป็น Function ครัวปิดจะช่วยเรื่องของความเป็นสัดเป็นส่วน และ ลดในเรื่องของกลิ่นรบกวนเวลาประกอบอาหารภายในห้องนะครับ

ถัดจากส่วนของ Function : Kitchen ก็จะเป็นส่วนของ Function : Bathroom ซึ่งจะสามารถเข้าออกได้จากทั้ง Function : Living และ Bedroom เช่นกัน แต่สิ่งที่แตกต่างจาก Function Layout ของ Type A ก็คือจะไม่มีส่วนของตู้เสื้อผ้าที่ให้อารมณ์ Walk In Closet ในส่วนของทางเดินเข้าห้องน้ำ แต่จะเป็นแบบแบ่งครึ่ง His & Her กันไปแทนนะครับ (Her บางคนอาจบอกว่าไม่พอ อันนี้ก็ต้องตกลงกันเองเนอะ แต่ถ้าอยู่คนเดียวแบบโสดๆก็จบไปนะครับกรณีนี้)

ออ… ลืมบอกไปครับ ว่าสำหรับการแบ่งพื้นที่ Function : Bedroom กับ Living ของ Unit Plan นี้จะเป็นการกันเป็นผนังทึบจริงจัง และใช้เป็นบานประตูเปิด-ปิดแทนนะครับ ซึ่งน่าจะถูกใจสำหรับใครที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวเวลาพักผ่อน (แบบว่าใครที่อยู่กับแฟน อยู่เป็นคู่ การจัดวาง Function Layout แบบนี้น่าจะตอบโจทย์ เวลาที่เข้านอนไม่พร้อมกัน การแบ่ง Function แบบนี้น่าจะช่วยได้เยอะ ไม่ให้รบกวนกันและกัน)

สรุปภาพรวม 1 Bedroom Deluxe : Type B ขนาดพื้นที่ 41.0 sq.m. ผมว่าการออกแบบ Function Layout แบบที่มีการแบ่ง Function : Bedroom กับ Living ด้วยผนังทึบ หรือ การออกแบบ Function : Kitchen เป็นแบบครัวปิด หรือ แม้กระทั้งการแบ่งครึ่งตู้เสื้อผ้าเป็นแบบ His & Her อีกด้วยทั้งหมดนี้ เลยทำให้ผมมองว่า 1 Bedroom Deluxe : Type B ขนาดพื้นที่ 41.0 sq.m. นี้น่าจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยแบบเป็นชีวิตคู่ หรือ 2 คนขึ้นไป (ครอบครัวเริ่มต้นใหม่)

– 2 Bedroom Deluxe : Type D ขนาดพื้นที่ 68.0 sq.m.

สำหรับ 2 Bedroom Deluxe : Type D ขนาดพื้นที่ 68.0 sq.m. ของโครงการนี้ ผมถือว่ามีเป็น Unit Plan ที่มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องของขนาดพื้นที่ และ การออกแบบ Function Layout เลยที่เดียว ลงอ่านบทวิเคราะห์กันดูนะครับ

งั้นเรามาเริ่มในส่วนของการวิเคราะห์ Function Layout ของ 2 Bedroom Deluxe : Type D ขนาดพื้นที่ 68.0 sq.m. กัน โดยเริ่มกันตั้งแต่ทางเข้าห้องมาเลยก็แล้วกันนะครับ เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาจะเจอส่วนของผนังเลย อ้าว … แล้วมันจะดีเหรอพี่ ?

คือ ถ้าเปิดประตูห้องเข้ามาแล้ว เจอผนังเลยมันจะให้อารมณ์แบบ Foyer หรือที่พักวางรองเท้า ซึ่งด้านข้างจะมีตู้ Bulid In สำหรับใช้เป็นตู้เก็บรองเท้าครับ (ถ้าสำหรับบางโครงการที่เปิดมาแล้วเจอผนังทึบเลย และไม่มีส่วนของพื้นที่สำหรับวางตู้หรือชั้นวางรองเท้า ผมจะมองว่าเป็น Whale Space (พื้นที่เสียเปล่า) แบบนั้นผมจะมองว่าไม่ดีแทนนะครับ)

ส่วนของ Function : Kitchen จะเป็นแบบขนานไปกับผนังของห้อง เชื่อมต่อกับส่วนของพื้นที่ระเบียงของห้อง (ระเบียง ซักล้าง) และเพิ่มความพิเศษของ Function : Kitchen นี้ด้วยการมีพื้นที่ส่วนของ Island ขั้นกลางระหว่าง Function : Kitchen กับ Dining 

สำหรับ Function ที่มีพื้นที่รวมแล้วมีสัดส่วนมาที่สุดของ Unit Plan นี้ คือส่วนของ Function : Living + Dining (ส่วนของ Function : Kitchen ผมขอตัดออกไปนะ คิดแยกส่วน Function กันนะครับ เพราะมีส่วนของ Island แยกสัดส่วนพื้นที่กันชัดเจนแล้ว)

Function : Living จะมีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น และจะเชื่อมต่อกับส่วนพื้นที่ระเบียงใหญ่ของห้อง ซึ่งจากภาพห้องตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ในส่วนของ Function : Living จะมีขนาดพื้นที่ที่สามารถจัดวาง โซฟาแบบ L-Shape ได้ และกระจกยังได้เป็นแบบเข้ามุมอีก ดังนั้นเวลาที่เรานั่งเล่นในส่วนของพื้นที่ Function นี้ จะได้ความรู้สึกโปร่งโล่ง และไม่อึดอัดแต่อย่างใด

ในส่วนของ Function : Master Bedroom และ Bedroom จะเป็นบานประตูทึบ ทั้ง 2 ห้องเลยนะครับ ให้ความเป็นสัดเป็นส่วนและมีความเป็นส่วนตัวดีเลยครับ สำหรับการจัดวาง Function Layout แบบนี้

ส่วนของ Function : Bedroom (ห้องนอนเล็ก) ขนาดพื้นที่ของ Function นี้ถือว่ากำลังดี ซึ่งสามารถวางเตียงนอนแบบ Queen Size (กว้าง 5 ฟุต) ได้ ส่วนของ Function : Bathroom จะใช้ห้องน้ำด้านนอกร่วมกันกับ Function : Living + Dining

ส่วนของ Function : Master Bedroom จะได้บานกระจกเข้ามุมในส่วนบริเวณหัวนอน และ เพิ่มความโปร่งโล่ง ให้ กับ Function : Bathroom ภายใน Master Bedroom ด้วยกระจกใส (แบบ Sexy Bathroom) บริเวณทางเดินพื้นที่ด้านหน้าทางเข้า Function :  Bathroom จะเป็นพื้นที่มุมจัดวางในส่วนของตู้เสื้อผ้า (Walk In Closet)

Function :  Bathroom (Master Bathroom) มีการจัดวางบานกระจกหน้าต่างอยู่ด้านข้างเพิ่มเข้ามา (ซึ่งบานหน้าต่างสามารถ เปิด-ปิดได้ เพื่อเป็นการช่วยในเรื่องของแสงสว่าง และ การระบายอากาศรวมถึงความชื้นภายในส่วนของ Function นี้นะครับ)

แล้วด้วยความที่เป็น Function :  Bathroom (Master Bathroom) นอกจากความพิเศษที่มีห้องน้ำส่วนตัวแล้ว Function ก็ยังมีความแตกต่างจาก Function : Bathroom ทั่วไป เพราะ  Function :  Bathroom (Master Bathroom) จะเป็นแบบ 4 Fuxture คือเพิ่มในส่วนของอ่างอาบน้ำเข้ามานะครับ (คือ ถ้าโครงการนี้เค้าใส่อ่างล้างหน้ามาแบบ His & Her นี่ คือ จะเทียบเท่ากับโครงการ Luxury หรูๆที่ราคาสูงกว่านี้หลายๆโครงการเลยนะครับ)

สรุปภาพรวม 2 Bedroom Deluxe : Type D ขนาดพื้นที่ 68.0 sq.m. อย่างที่ได้บอกไปตอนต้น ว่า Unit Plan นี้มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องของขนาดพื้นที่ และ การออกแบบ Function Layout เลยนะครับ ซึ่งในส่วนของความน่าสนใจ Function Layout ก็อย่างที่ผมได้วิเคราะห์ไปด้านบนนะครับ

แต่ในส่วนที่ผมบอกว่า Unit Plan นี่ยังมีความน่าสนใจในส่วนของขนาดพื้นที่ อันนี้…ไม่ใช่ว่า เพราะ ขนาดพื้นที่ใหญ่ แล้วทำให้ราคาแพง แล้วจึงมาบอกว่าดีหรือน่าสนใจหรอกนะครับ แต่ที่พูดแบบนี้ก็เพราะ ถ้าใครที่ดูโครงการคอนโดมิเนียมในโซนพระราม 9 ช่วงหลังๆ (ประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา) จะรู้ว่า …

Unit Plan ที่มีขนาดพื้นที่ 65 – 70 ตร.ม. ต้องบอกเลยว่าหายากอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะหลายๆโครงการที่เปิดขายก่อนหน้านี่ในทำเลพระราม 9 ส่วนใหญ่จะเน้นหลักไปทางพัฒนา Unit Type แบบ 1 Bedroom หรือ 1 Bedroom Plus กันซะส่วนใหญ่อะครับ

ดังนั้นถ้าสำหรับใครที่กำลังมองหา Unit Type 2 Bedroom ในทำเลพระราม 9 ผมมองว่า… 2 Bedroom Deluxe : Type D ขนาดพื้นที่ 68.0 sq.m. ของโครงการ One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development นี่เป็นอีก Unit Plan ที่น่าจะตอบโจทย์นั้น ที่คุณรอคอยได้อยู่นะครับ

ก็จะประมาณนี้นะครับ สำหรับบทความ Project : One 9 Five Asoke – Rama 9 by TC Development [ พาชมห้องตัวอย่าง ] ผมก็หวังว่าบทความนี้ บทวิเคราะห์ Function Unit Plan แบบนี้ จะมีประโยชน์สำหรับทุกคนที่กำลังสนใจโครงการนี้ สำหรับใช้ในการประกอบการตัดสินใจในการเลือก Unit Plan ที่ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้พื้นที่ยูนิตของแต่ละคนนะครับ

ซึ่ง สิบปากว่าก็คงไม่เท่ากับตาเห็น ดังนั้นสำหรับใครที่อ่านบทความนี้แล้วสนใจโครงการนี้ ผมแนะนำว่าให้แวะไปชม Show Unit ที่สำนักงานขายของโครงการนี่ได้ด้วยตัวเองเลยนะครับ หรือ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : http://bit.ly/2M70mVy

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร : 02-245-0999

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

Comments

comments