Project : Miti Chiva by One Living

Posted on มีนาคม 07, 2018, 6:13 pm
41 secs

Project : Miti Chiva by One Living

ถ้าให้พูดถึงรูปแบบการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม… หลักการในการพัฒนาโครงการ มันก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ บ้างก็พัฒนาโครงการโดยเน้นเรื่องของการทำราคาต่อยูนิตให้ไม่ต้องสูงมากนัก เพื่อให้คนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสามารถจับต้องได้ง่าย บ้างก็เลือกที่จะพัฒนาโครงการให้มีความแตกต่างเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในทำเลนั้นๆ หรือ บ้างก็พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การลงทุน ทั้งแบบสั้น-กลาง-ยาว หรือการลงทุนปล่อยเช่า …

ซึ่งไม่ว่าแต่ละโครงการ จะเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการแบบไหน จริงๆก็ไม่มี ถูก-ผิด หรอกครับ แต่ถ้าถามส่วนตัวผมว่า ถ้าผมจะเลือกซื้อโครงการไหนซักโครงการหนึ่ง ผมมักจะเลือกซื้อโครงการที่ถูกพัฒนามาในรูปแบบของโครงการที่มีความแตกต่าง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในทำเลนั้นๆจริงๆ เป็นหลักซะมากกว่าการจะเลือกซื้อโครงการไหนก็ได้ โดยดูจากราคาต่อยูนิตแต่เพียงอย่างเดียว…

คือ หลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อของผม อาจจะมองหรือมีแนวคิดในการเลือกซื้อที่สวนทางกับคนอื่นๆทั่วไปอยู่หน่อยนึงนะครับ เพราะ ผมมักจะมองหาความแตกต่างที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเป็นหลัก (เน้นความ Rare ของทั้งตัว Concept โครงการ และ Unit Plan) ในการเลือกจะเลือกซื้อโครงการไหน หรือ ยูนิตในโครงการนั้นๆอะ …

” ในความ Rare มันมัก มีมูลค่าในตัวมันเองเสมอจริงมั้ยครับ ? “

ทำไมผมถึงมีแนวคิดแบบนี้ ? ใครสั่ง ใครสอนให้คิดแบบนี้ … คนที่สอนผมคนนั้นก็ คือ คนที่เป็นผู้พัฒนาโครงการที่ผมต้องใช้คำว่า ขอภูมิใจนำเสนอเลยครับ… Project : Miti Chiva by One Living โครงการที่มีการคิดและพัฒนาโครงการ จากมุมมองของนักการตลาด เพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลนั้นๆ (รัชโยธิน-เกษตรศาสตร์) หรือที่ผมชอบใช้คำว่า Real Demand นั้นแหละครับ

Project Information

ทำเลที่ตั้งโครงการ : ถ.ประเสริฐมนูกิจ บางเขน กทม. (150 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว(สถานีเกษตรศาสตร์ และเพิ่มเติมในอนาคต คือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล สถานี ม.เกษตร )

โครงการอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ , โรงเรียนหอวัง , มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม , อาคารสำนักงาน ( SCB Park , ธกส สำนักงานใหญ่ , กรมป่าไม้ ) , ใกล้ห้างสรรพสินค้า ( Central ลาดพร้าว / Major รัชโยธิน / ยูเนียนมอลล์ ) , ใกล้สถานพยาบาล ( โรงพยาบาลเปาโล เกษตร , โรงพยาบาลวิภาวดี ) 

ขนาดที่ดิน : 1 – 2 – 6.7 ไร่

ลักษณะโครงการ : อาคารชุดพักอาศัย High Rise 23 ชั้น 1 อาคาร 200 ยูนิต (133 ยูนิต : 1 ไร่)

 


Floor Plan :
Fl.5 – 20 : ยูนิตพักอาศัย ทุกยูนิต ความสูง Floor To Ceiling 3 เมตร และ มีเพียง 12 ยูนิต ต่อ 1 ชั้น ถือว่าน้อยมากๆ ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

Fl.21 – 23 : Sky Facilities , ยูนิตพักอาศัย 4 ยูนิต ต่อ 1 ชั้น  (ความพิเศษของยูนิตพักอาศัยในช่วงชั้นนี้ คือ ความสูง Floor To Ceiling 4.6 เมตร )

Unit Type :

1 Bedroom ( 23 – 27 Sq.m.)

สำหรับ 1 Bedroom  : ขนาด 23 – 27 Sq.m. ส่วนตัวแล้ว ตอนที่ผมไปดูห้องตัวอย่าง ด้วยความสูง Floor To Ceiling 3 เมตร จริงๆแล้วสำหรับ Unit Plan : 1 Bedroom ขนาด 23 – 25 Sq.m. ต้องบอกว่าทำออกมาได้ลงตัวแล้วดูกว้างมากๆ สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้น เพราะ การบีบพื้นที่ในส่วนของ Function : Kitchen ให้ไปอยู่บริเวณทางเข้า และ กั้นดัวยฉากบานเลื่อนกระจก … อ้าวแล้วแบบนี้เวลาทำอาหาร กลิ่มมันก็ค้างอยู่บริเวณด้านหน้าห้องเราเลยซิพี่… คือ สำหรับโครงการนี้ ปัญหาตรงจุดนี้เค้าแก้ไขโดยการใส่ที่ดูดควัน โดยเดินท่อให้ระบายออกไปทางนอกระเบียงเลยครับ จะไม่ได้ใช้เป็น Hood แบบ Soft ควันนะ 

แต่ถ้าเลือก  Unit Plan : 1 Bedroom ขนาด 23 – 25 Sq.m. มันก็ดูจะธรรมดาไปสำหรับโครงการนี้ หลายๆโครงการที่อยู่ในโซนนี้ ก็มียูนิตขนาดพื้นที่ประมาณนี้อยู่เยอะแล้วนะ ดังนั้นผมเลยมองว่าสำหรับโครงการนี้ 1 Bedroom  : ขนาด  27 Sq.m. จะตอบโจทย์ สมกับความ Rare ของโครงการนี้มากกว่า ด้วยความกว้างของห้องที่ต้องบอกเลยว่า โคตรกว้าง และ ทำให้มิติของห้องดูมีความน่าอยู่มากขึ้นเยอะเลยครับ 

ด้วยความสูง Floor To Ceiling 3 เมตร. ทางโครงการเลยโชว์ความโปร่งโดยการ วางเตียง 2 ชั้นในห้องตัวอย่างเลยครับ … แต่อยู่จริงถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่ต้องเอาเตียง 2 ชั้นไปวางตามแบบห้องตัวอย่างกันนะครับ … ผมตัวสูงขึ้นไปนอนชั้น 2 ไม่ได้แน่ๆ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูก 2 คน มาเห็นห้องตัวอย่างนี้น่าจะชอบ คือ มันใช้ได้จริงและอยู่ได้จริงครับ (คิดมาละเอียดเก็บทุกเม็ดจริงๆครับ)

 

1 Bedroom Plus ( 33.5-34.5 Sq.m.)

นี้คือที่สุดของความ Rare ของโครงการนี้เลยครับ กับ Unit Plan : 1 Bedroom Plus หน้ากว้าง 8 เมตร … สุดจริง แบบว่าไม่สามารถหา Unit Plan แบบนี้ได้ในโครงการ Mass ทั่วไปในตลาดแน่นอน ซึ่งผมเคยเอา Unit Plan นี้ไปเขียนวิเคราะห์ให้อ่านกันแล้วในบทความ Unique Unit ดังนั้นสำหรับ Unit Plan นี้ผมขอ Copy บทความนั้นมาลงให้อ่านกันเลยแล้วกันเนอะ อิอิ 

อย่างที่ใครหลายๆคนที่พอจะมีประสบการณ์ในการเลือกซื้อยูนิตกันมาก่อนแล้ว จะทราบกันดีว่า เรามักจะแบ่งรูปแบบของยูนิต (1 Bedroom) เอาแบบให้เข้าใจกันง่ายๆ คือ ยูนิตที่เป็น Layout ตอนลึก (รูปแบบเก่า) และ ยูนิตที่เป็น Layout แบบหน้ากว้าง (มักเห็นทั่วไปในโครงการปัจจุบัน)

ซึ่งปัจจุบันต้องบอกว่า ยูนิตที่เป็น Layout แบบหน้ากว้าง ดูจะได้รับความนิยม เพราะ ด้วยขนาดพื้นที่ของยูนิตของหลายๆโครงการ ที่มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ การที่รูปแบบของยูนิตเป็นแบบหน้ากว้าง จะช่วยเรื่องของความโปร่งและเพิ่มความน่าอยู่อาศัยมากขึ้น ทำให้การอยู่อาศัยให้ความรู้สึกไม่อึดอัดคับแคบ กับพื้นที่ของยูนิตที่มีขนาดเล็ก

แต่เราเคยรู้กันมั้ยว่า … โดยทั่วๆไป ยูนิตที่เป็นแบบหน้ากว้าง โดยทั่วไป ความกว้าง นั้นมักจะถูกกำกับจากอะไร ? …

ความกว้างของแต่ละยูนิต มักจะถูกจำกัดโดยพื้นที่ส่วนของที่จอดรถ ยังไงอะ? คือ ถ้าเราสังเกตุที่จอดรถ เราจะเจอว่าช่วงของเสา มันจะเว้นระยะห่างประมาณ 5 – 5.5 เมตร ต่อหนึ่งเสาตัวอาคาร ( จอดรถได้ 2 คันต่อหนึ่งช่วงเสา) หรือ เต็มที่ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7.5 – 7.7 เมตร ( จอดรถได้ 3 คันต่อหนึ่งช่วงเสา) ดังนั้นแต่เดิม เราจะพบว่าหลายๆโครงการ ยูนิตแบบหน้ากว้างก็มักจะมีความกว้างอยู่ที่ประมาณ 5.5 เมตร หรือ ที่จะเคยมีแบบว่าหน้ากว้างสุดๆ ก็จะอยู่ประมาณ 7 – 7.5 เมตร …

เมื่อเป็นโครงการที่เป็น Mass Product ข้อจำกัดตรงนี้ จะส่งผลต่อเรื่องของพื้นที่ขายของตัวโครงการ ทำให้เราก็จะเห็นรูปแบบของยูนิต Layout ประมาณนี้จนเคยชิน … แต่หากวันหนึ่งโครงการที่มีความเป็น Niche ที่เน้นให้ความสำคัญกับการออกแบบและจัดวาง Layout ของยูนิตให้มีความแตกต่าง การออกแบบที่เราจะสัมผัสได้ว่ามันต่างจริงๆ โดยการทำยูนิตแปลนให้มีความกว้าง 8 เมตร เพื่อการอยู่อาศัยจริงที่ดีที่สุด แบบยูนิตแปลนที่ผมกำลังจะนำมาเสนอในบทความ Unique Unit ในครั้งนี้ …

ก็ต้องบอกเลยว่า โคตร ว้าววววววว … เลยครับ และสำหรับคนที่บ้า Unit Plan และตัดสินใจซื้อจาก Unit Plan แบบผม คือ พูดเลยว่าอยากได้นะ 5555+ เลยคิดว่าอยากจะขอนำยูนิตแปลนนี้มาวิเคราะห์ให้เห็นถึงความน่าสนใจ ให้แฟนเพจทุกท่านได้อ่านกันดูครับ

UNIQUE UNIT : One Bedroom Plus มุมมองการอยู่อาศัยที่เปิดโล่ง กับยูนิตหน้ากว้างสะใจ ( 8 เมตร : มีใครให้มากกว่านี้มั้ย? )

LIVING + DINING

เปิดประตูเข้าห้องมา จะมองไม่เห็นส่วนของพื้นที่ Function : Kitchen แต่ก็อาจจะรู้สึกว่าดูอึดอัดนิดหน่อย เพราะ จะติดในส่วนของ Dining ซึ่งจากภาพ Unit Plan จะเห็นว่าสามารถวางโต๊ะทานข้าวเป็นแบบแค่ 2 ที่นั่งได้เท่านั้น วางใหญ่หรือกว้างกว่านี้น่าจะทำไม่ได้แล้วนะครับ และจึงจะเข้าสู่ส่วนของ Function : Living ที่อยู่ติดกับกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อกับส่วนของพื้นที่ Corridor (ระเบียง) โดยจุดเด่น คือ เรื่องความกว้างของพื้นที่ในส่วนนี้ ซึ่งจะมีความกว้างประมาณ 2.7 เมตรเลย ถือว่ากว้าง และ ดูไม่อึดอัด อารมณ์แบบว่ายืดแขนยืดขานอนดูทีวีตรงบริเวณโซฟาได้สบายๆ

BALCONY

ขนาดพื้นที่จะไม่กว้างมากนัก ประมาณ 60 ซม.วางกระเบื้อง 60 x 60 ซม. แต่ได้เป็นความกว้างตลอดแนวของ Living คือ 2.7 เมตร

KITCHEN

แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ครัวปิด ขนาดพื้นที่ประมาณ เกือบ 3 ตร.ม. โดยการแบ่งพื้นที่ในส่วนของ Function นี้ จะแบ่งด้วยผนังกระจก และ บานเลื่อนที่เป็นกระจก 3 ตอน เพื่อช่วยเรื่องของการรับแสงให้กับพื้นที่ Function นี้ ทำให้พื้นที่ในส่วนนี้ไม่ได้ดูทึบ หรือ อึดอัดมากเกินไป แถมในส่วนของการระบายกลิ่น ระบายควัน ก็ไม่ต้องห่วง อย่างที่บอกไปครับว่า Hood เค้าเป็นแบบดูดควันระบายออกไปด้านนอกของระเบียงเลย หายห่วงเรื่องของกลิ่นตกค้าง คิดมาครบจบแน่นอน

BATHROOM

จะเป็น Bathroom ที่อยู่ด้านนอกใช้ร่วมกัน และมี Function การใช้งานเป็น แบบ 3 Fixture แยกส่วนเปียก-แห้งด้วย Shower box ที่เป็นกระจก Temper Glass และยังมีส่วนของ Rain Shower พร้อมทั้งช่องไฟแสงสว่างบนฝ้าอีกด้วย คือแบบจัดมาหรูเลยครับ ส่วนขนาดของพื้นที่มีการแบ่งสัดส่วนลงตัวไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย

MULTIPURPOSE ROOM

พื้นที่ในส่วนของ Function ห้องอเนกประสงค์ จะใช้ เป็นกระจกบานเลื่อน 3 ตอน และภายในห้องยังมีส่วนของกระจกรับแสง ขนาดความกว้างประมาณ 2 เมตรกว่า ทำให้การอยู่อาศัยภายในห้อง ให้ความรู้สึกโปร่งโลง เช่นกัน และด้วยความที่ความกว้างของส่วน Function นี้มีความกว้างประมาณ 2 เมตรกว่า ดังนั้นในกรณีที่สำหรับใครอยากจะปรับ Function พื้นที่ในส่วนนี้เป็น Bedroom 2 ก็สามารถทำได้ และที่สำคัญ คือ สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต (เตียงนอนขนาด 5 ฟุต กว้าง 150 ซม. ยาว 180 ซม.) ได้โดยไม่อึดอัดมากนัก แต่ก็คงไม่เหลือพื้นที่จะวางตู้เสื้อผ้า หรือ โต๊ะหัวเตียงนะ แต่ถ้าหากมองคนอยู่อาศัยที่เป็นครอบครัว และ มีลูก หากว่าเป็นเตียงเดียว 3 ฟุต สำหรับ Function ห้องอเนกประสงค์ นี้ก็ถือว่ามีพื้นที่เหลือๆ เลยครับ

BEDROOM

พื้นที่ในส่วนของ Function : Bedroom ของยูนิตนี้ ถือว่าเป็นพระเอกเลยก็ว่าได้ หากนับในส่วนของพื้นที่ที่เป็น ห้องนอน อย่างเดียวก็น่าจะอยู่ประมาณ 9 ตร.ม. ( 3 x 3 เมตร ) ถือว่าใหญ่มาก สามารถวางเตียง King Size หล่อๆได้เลย แถมส่วนของบานกระจกรับแสง หากนับในส่วนของความกว้าง ก็น่าจะไม่น้อยกว่า 2.5 เมตร

ยังไม่พอ โดยยังเพิ่มความเปิดโล่งด้วยการทำเป็นกระจกเข้ามุมเพิ่มเข้ามาอีกบริเวณส่วนหัวเตียงนอน … คือสุดจริงครับ และอีกส่วนหนึ่งที่คุณผู้หญิงหลายคนน่าจะชอบ คือการที่ภายใน Function : Bedroom นี้มีมุมที่สามารถทำให้เป็น Walk in closet และใช้เป็นกระจกบานเลื่อน 3 ตอนในการกันเพื่อความเป็นสัดส่วน

แต่ก็มีส่วนที่ขัดตาอยู่ คือ เสาตรงบริเวณหัวนอน ที่ออกจะดูหนาแหละใหญ่อยู่ แต่ก็ยังดีที่พอดีกับความกว้างของเตียงนอน เลยทำให้พอเวลาวางเตียงนอนเข้าไปแล้วจะดูไม่เขินซักเท่าไร

หมายเหตุ : หากเราจะวัดพื้นที่ในส่วนของทางเดินที่เชื่อมต่อ Function ห้องต่างๆ ภายในยูนิตนี้ เป็นพื้นที่ในส่วนของ Function : Living อันนี้ถือว่า เป็นพื้นที่ที่ดูจะเสียประโยชน์ไปซักหน่อยนะครับ โดยความกว้างในส่วนของพื้นที่ทางเดินก็จะล้อไปกับความกว้างของส่วนของ บานประตูของ Bedroom คือทำให้แคบกว่านี้คงทำไม่ได้แล้วแหละ แต่หากมองภาพโดยรวมของ Function ทั้งหมดของยูนิตนี้ ผมถือว่าการออกแบบ และ จัด Layout ของยูนิตนี้ ทำออกมาแล้วใช้ประโยชน์ในทุกพื้นที่ได้ดีที่สุดแล้วแหละเนอะ

Facilities : พร้อมพื้นที่อำนวยความสะดวกลอยฟ้ามากถึง 4 ชั้น พร้อมการออกแบบ แบบ Simply Art ถ่ายทอดความงามจากภายในสู่ภายนอก เติมเต็มความรู้สึกครบทุกมิติ

 

 

 

 

 

 


จำนวนที่จอดรถ :  ประมาณ 60% (ไม่นับรวมซ้อนคัน)

ค่าส่วนกลาง / เงินกองทุน : 65 / 650 บาทต่อตร.ม.

ราคาเริ่มต้น : 3.25 ล้านบาท*** ( ราคาต่อตร.ม.เฉลี่ย น่าจะประมาณ 140,000 บาทต่อตร.ม.)

 

ต้องขอบอกเลยว่า… สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมที่จะมาตอบโจทย์เรื่องของที่อยู่อาศัยทำเลนี้ (รัชโยธิน-เกษตรศาสตร์) โครงการ Miti Chiva by One Living จัดเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีความน่าสนใจ ทั้งเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการที่ ใกล้ทั้ง ม.เกษตร และ สถานีรถไฟฟ้าที่จะมาในอนาคตถึง 2 สาย ( สายสีเขียว และ สายสีน้ำตาล ) และ ที่สำคัญเหนืออื่นใด โครงการ Miti Chiva by One Living คือ โครงการที่มีการคิด และ ออกแบบพัฒนาโครงการ มาเพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนที่อยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง กับสังคมการอยู่อาศัยเพียง 200 ยูนิตเท่านั้น 

 

สำหรับใครที่สนใจก็เข้าไปลงทะเบียนได้ที่ : https://www.mitichiva.com/

หรือโทรสอบถาม ลงทะเบียนจองรอบพิเศษก่อนใคร : 085 911 8811

#Miti #Chiva #MitiChiva #OneLiving

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ

Comments

comments