Project : Kensington Sukhumvit – Thepharak by Origin

Posted on พฤษภาคม 15, 2017, 6:04 pm
2 mins

Project : Kensington Sukhumvit – Thepharak by Origin

 

สำหรับปีนี้ เราก็เดินทางมาถึงกลางไตรมาส 2 กันแล้ว เร็วเหมือนกันเนอะ ต้องยอมรับเลยว่าตลาดอสังหาฯโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมแลดูจะเริ่มกลับมาคึกคักกันอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา อย่างที่เราเห็นๆกันมีหลายๆโครงการใหม่ที่ทยอยเปิดตัวกันไปก่อนหน้านี้ ต่างก็ได้รับการตอบรับที่ดี ในหลายๆ ทำเล หลายๆ Brand หลายๆ Dev และในหลายๆ Segment ส่วนตัวแล้ว ผมก็หวังอยากให้ตลาดอสังหาฯบ้านเราคึกคักแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะ จะได้คอยติดตามโครงการใหม่ๆ ได้เรียนรู้ รูปแบบหรือนวัฒกรรมอะไรใหม่ๆกันเรื่อยๆ สำหรับผม ผมว่ามันเป็นเรื่องสนุกและตื่นเต้นดีอะ

 

แต่พอผมพูดว่า… ตลาดอสังหาฯบ้านเรากลับมาคึกคัก บางคนที่ไม่ได้ติดตามตลอดหรืออาจจะเลือกสนใจแค่เพียงบางโครงการ บางพื้นที่ บาง Zone ก็อาจเกิดคำถามในใจหรือสงสัยขึ้นมาว่า… จริงเหรอ? ทุกโครงการที่เปิดใหม่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทุกโครงการมียอดขายดีหมดเลยทุกโครงการเลยรึเปล่า? เอาจริงๆนะ อันนี้ถ้าให้ผมตอบว่าขายดีหมดทุกโครงการที่เปิด ก็คงจะตอบแล้วดูเหมือนโกหกหรือพูดเวอร์เกินจริงกันเกินไป เอาจริงๆก็ไม่ได้ขายดีถึงขั้น Sole Out ทุกโครงการทุกทำเลหรอกนะครับ จากที่ได้ติดตาม … หลักๆสำหรับโครงการที่ขายดีส่วนใหญ่ปัจจัยที่มีผลให้เกิดกระแสและยอดขายที่ดี คือ ทำเล ราคา และ Product

 

อันดับ 1 : ทำเล (ของชัวร์เนอะ)
ทำเลโครงการที่อยู่ตามแนวส่วนต่อขายรถไฟฟ้า … 5555+ อันนี้ ผมล้อเล่นนะครับ ก็เห็นคนอื่นหรือผู้รู้หลายๆท่านเค้าชอบพูดๆกัน เลยขอยกมาแซวเล่น รถไฟฟ้า ส่วนต่อขยายมีส่วนมั้ย มันก็มีส่วนแหละครับ แต่หากมองแค่นั้นผมว่ามันยังไม่พอครับ เอาจริงๆแหละสำหรับผม เรื่องของโครงการใหม่ในทำเลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ อยากจะพูดคำนี้เลยครับ “รถไฟฟ้าอะมีจริง แต่ Real Demand จริงอะมีมั้ย?” ซึ่งเป็นคำที่ผมชอบพูดใน Inso Insight Meeting หรือกลุ่ม Inso Class อยู่บ่อยๆ อย่าหลงไปกับกระแสของ Supply จนลืมเรื่องที่สำคัญที่สุดไป นั้นก็คือ Real Demand อะมีมั้ย?
ดังนั้นแล้วที่บอกว่า ทำเล คือปัจจัยที่มีผลให้เกิดกระแสและยอดขายที่ดีของโครงการที่เปิด เป็นอันดับหนึ่งละ ทำเลแบบไหนกัน … ก็ทำเลที่ยังมี Real Demand ทำเลที่คนยังมีความต้องการการที่อยู่อาศัยยังไงละครับ ส่วนเรื่องทำเลที่เป็นส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า หรือ ใกล้สถานีรถไฟฟ้านั้น มันเป็นเหมือนผลพลอยได้ ที่เพิ่มความน่าสนใจในความจำเป็นต้องซื้อของกลุ่ม Real Demand ที่ต้องการตอบโจทย์เรื่องของความสะดวกในการเดินกทางก็เท่านั้น
ทำไมผมถึงพูดง่ายๆเช่นนี้ อะไรๆก็อ้างแต่ Real Demand งั้นผมขอยกตัวอย่างแบบนี้ครับ มีโครงการ A ทำเลดีมาก คืออยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วด้วยนะ ตัวโครงการสร้างเสร็จมาปีกว่าแหละ พร้อมอยู่พร้อมโอนฯ ขายอยู่ตร.ม.ละ 1xx,xxx บาทต่อตร.ม. ทำไมโครงการยังไม่ Sold Out ก็เพราะ… เราไปวัดคำว่าทำเลดีจากเพียงแค่เรื่องของรถไฟฟ้าแต่เพียงมุมเดียว ไม่ได้ดูเรื่องของ Real Demand หรือกายภาพรอบๆของตัวโครงการ คือกายภาพโดยรอบของทำเลโครงการ A มันไม่มีชุมชนการอยู่อาศัย ไม่มี Real Demand ในทำเลนั้นๆ แล้วใครจะอยากย้ายไปอยู่ หรือว่า Real Demand รอบๆนั้นสู้ราคาขายของโครงการที่ทำเลดีมากๆ ติดสถานีรถไฟฟ้า ราคาหลักแสนบาทต่อตร.ม.ไม่ไหวสุดท้ายก็ไม่ซื้ออยู่ดี ยกตัวอย่างแบบนี้พอเห็นภาพกันเนอะ …
ดังนั้นเรื่อง ทำเลของโครงการใหม่ สำหรับโครงการที่ได้รับผลตอบรับที่ดี คือ โครงการนั้นๆ เปิดมาในทำเลที่มี Real Demand ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย นั้นเองครับ

 

อันดับ 2 : ราคา
ต่อเนื่องกันกับเรื่องของทำเล … พอโครงการใหม่ไปเปิดในทำเลที่มี Real Demand ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัย ก็ต้องดูอีกว่าราคา (Package Price) มันตอบโจทย์กำลังซื้อของ Real Demand กลุ่มนี้มั้ย? เพราะถ้าไม่ ราคาผิด หรือ ราคาตั้งมาสูงเกินไป แม้โครงการจะให้ของวัสดุ (Spec) พื้นที่ส่วนกลาง (Facilities) หรือกระทั้งวาง Concept โครงการให้ออกมาหรูดูดีมากแค่ไหน สุดท้าย…ถ้า Real Demand ไม่สู้ราคา ก็คงมีแต่ New Speculator ที่วิ่งเข้าตาม Supply เท่านั้นแหละครับ (เอาจริงๆ ในมุม Dev หลายๆเจ้าก็ไม่จะชอบกลุ่ม New Speculator ซักเท่าไรหรอกครับ… เพราะ ถึงเวลาโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนฯ ส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้มักจะไม่ได้เตรียมความพร้อม สำหรับการโอนฯ ดังนั้น Dev อาจต้องเหนื่อยทำตลาด 2 -3 รอบ … Promotion “Ready To Move In” ก็มา …)

 

อันดับ 3 : Product
ที่จริงตอนแรกอยากใส่แค่ 2 อันดับนะ … แต่หากมอง Real Demand ที่ต้องการการอยู่อาศัยจริง เรื่องของความคุ้มค่าของราคาที่จ่ายกับของที่ได้มันมาคู่กับ มันช่วยตอบเหตุผลในการเสียเงินได้ หรือใช้ในการเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ข้างเคียงได้ … แต่จนแล้วจนรอดอย่างที่พูดไว้ในเรื่องของราคา สุดท้ายจะทำวาง Product Concept มาดีแค่ไหน … ถ้า Real Demand จ่ายไม่ไหวก็จบอยู่ดี

ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมว่าเป็นปัจจัยหลักๆเลยครับ สำหรับโครงการเปิดใหม่ ที่ส่งผลให้ได้รับผลตอบรับที่ดี ซึ่งหากใครที่ติดตามตลาดอสังหาฯหรือโครงการใหม่ที่พึ่งเปิดๆตัวกันไป ลองนั่งนึกภาพตาม… ต้องร้อง ออ … แล้วมีพยักหน้าตามแน่นอน จริงมั้ย?

 

 

 

โดยล่าสุดจากกระแสที่เริ่มดีอย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้เราก็จะเริ่มเห็นข่าวสารโครงการใหม่ที่เตรียมจะเปิดขาย PreSale ตามหน้าสื่อของ Dev เจ้านั้นเจ้านี้ ข่าวหลุด Gossip กันมากขึ้นแทบจะไม่เว้นแต่ละวัน แต่ที่เตะตาและดูสร้างความน่าสนใจในช่วงนี้ อันหนึ่งที่ต้องพูดถึงก็ Billboard ตาม 2 ข้างทาง ทั้งบนทางด่วน หรือ ตามถนนหนทางต่างๆ และเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่เห็น ณเดช … เอย ป้ายโฆษณา ของ Dev เจ้านี้แน่ๆ นั้นคือ บริษัทOrigin … กับตัวเลขจำนวนโครงการที่น่าตกใจ เผลอแปบเดียว Origin เตรียมจะมีโครงการมากกว่า 35 โครงการแล้วเหรอครับเนี้ย … บะ บะ เร็วมาก ปีนี้ Dev เจ้านี้เค้าเอาจริงไม่ได้มาเล่นๆ เงียบๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ และหนึ่งในนั้น คือโครงการที่ผมจะนำมาแนะนำในบทความนี้ กับ Project : Kensington Sukhumvit – Thepharak by Origin

 

 

ความน่าสนใจของโครงการนี้ สำหรับผมอย่างที่เกริ่นไปในตอนต้น … ทำเลใกล้ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า (สายสีเหลือง สถานีทิพวัล 0 เมตร) และยังมีความเป็น Interchange คือใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สาย คือรถไฟฟ้าสายสีเหลือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีสำโรง เพียง 1 สถานี) และสถานีสำโรง ก็ใกล้จะได้เปิดให้บริการในเร็วๆวันนี้แล้วด้วย) ถ้าถามว่าทำเลดีมั้ย? ทำเลโครงการนี้ถือว่าที่ดีและมีความน่าสนใจเลยนะครับ บวกกับ ราคาเริ่มต้นที่ 1.09 ล้านบาท* (ขนาด Unit เริ่มต้น ประมาณ 21 ตร.ม.) ราคายังจัดว่าดี เป็นราคาที่จับต้องได้กับคนทั่วไปรวมถึงนักศึกษาที่พึ่งเรียนจบใหม่กลุ่มคนทำงานเริ่มต้น ซึ่งราคานี้ถ้าเทียบกับของที่ได้ หรือ Facilities ต่างๆภายในโครงการก็ต้องบอกว่าน่าจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้แน่นอน
แต่สำหรับผมสำหรับความน่าสนใจ นอกเหนือจากที่กล่าวมานั้นก็คือ ทำเลที่ตั้งของโครงการนี้ดูจะมี Real Demand ที่มีความต้องการที่จะขยับขยายหาที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง อยู่เยอะมากๆ “รู้ได้ไง ? ดูจากอะไร? และทำไมต้องเลือกโครงการนี้ ทำเลนี้?” … เดียวผมเอาไว้กล่าวสรุปตอนท้ายอีกทีเนอะ ก่อนอื่นไปดูข้อมูลรายละเอียดของโครงการนี้กันก่อนนะครับ

 

Project Information :
ทำเลที่ตั้งโครงการ : ถนนเทพารักษ์ ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ( 0 เมตร จากสถานีทิพวัล (รถไฟฟ้าสายสีเหลือง) – เชื่อมต่อ BTS สถานีสำโรง เพียง 1 สถานี )

ขนาดที่ดิน : 4 – 2 – 24 ไร่
ลักษณะโครงการ : อาคารชุดพักอาศัย High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร
จำนวนยูนิต : 1,318 ยูนิต
Unit Type :
1 Bedroom (20.5 -21 sq.m.)

การออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยขนาดพื้นที่ ประมาณ 21 sq.m. ให้ออกมาเป็น Unit Plan แบบ 1 Bedroom การใส่ฉากกั้นห้อง เป็นกระจกบานเลื่อนจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัด และจะเห็นได้ว่าการแบ่งสัดส่วนระหว่าง Function ของห้องนอน กับ ห้องนั่งเล่น หรือ ครัว แบ่งสัดส่วนออกมาดูลงตัว ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป มุมนี้น่าจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้ดีเลยนะครับ

 

1 Bedroom (23.5 sq.m.)

1 Bedroom Plus (30.5 -31 sq.m.)

เอาจริงๆแล้ว Unit Plan ทั้ง 3 แบบของโครงการนี้ หากมองในมุมของการอยู่อาศัย Function การอยู่อาศัยต่างๆภายใน ของแต่ละ Unit Plan อาจไม่มีความแตกต่างกันเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ว่าจะเป็น Unit Plan แบบไหน Function การอยู่อาศัยหลักๆ ก็ยังออกแบบและจัดวางมาให้ครบแทบ ซึ่งการปรับลดสัดส่วนของพื้นที่ในแต่ละ Function บ้างตามขนาดพื้นที่ของแต่ละ Unit ส่วนความสูงของ Floor To Ceiling มีความสูง 2.58 เมตร ถือว่าไม่สูงเกินไปและไม่เตี้ยเกิน ความสูงระดับนี้ผมถือว่าโอเคเลยกับโครงการใน Segment นี้

 

ดังนั้นในแต่ละ Unit Plan ความแตกต่างกัน จะมีบ้างในส่วนของ Function เพิ่มเติม (ผมว่าเป็น Function เพิ่มเติมตามความชอบของแต่ละบุคคลนะ) และ ขนาดพื้นที่ก็จะเพิ่มขึ้นตาม Function ที่ถูกเพิ่มเข้ามาด้วย ดังนั้นเมื่อมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นก็ต้องแลกกับราคา (Package Price) ที่สูงขึ้นตาม อันนี้อยู่ที่กำลังและความชอบของแต่ละบุคคลแล้วละครับงานนี้

 

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งในการวางสัดส่วน หรือ ออกแบบ Unit Plan ที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกัน แบบไล่ระดับ ทางโครงการจะสามารถทำราคาขายต่อยูนิตในโครงการให้มีราคา (Package Price) ที่ไม่สูงมากนักได้ เมื่อราคาต่อหน่วยของโครงการไม่สูงมากนัก ดังนั้นการเข้าถึงของกลุ่ม Real Demand ที่มีความสามารถในการซื้อ หรือ มีกำลังในการซื้อ ก็จะกว้างและหลากหลายมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสำหรับผมถือว่าดีนะครับแบบนี้ อยากให้ทุนคนมีที่อยู่อาศัยที่ดี ตอบโจทย์ความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายกันไปเนอะ

Floor Plan :
Ground Fl. : Double Volume Lobby Lounge (2 Lobby ), Another Home Area , Panoramic Greenery, Playground Garden, Backyard Garden, Co – Working Space

Fl. 6 : Facilities (The Gym Club , Deep Relaxing Pool , Garden ) และ ยูนิตพักอาศัย


Fl. 7 – 35 : ยูนิตพักอาศัย

Fl. 36 – 38 : ยูนิตพักอาศัย

Roof Fl. : Double Skyline Roof Garden , Mini Golf

Facilities :
– Double Volume Lobby Lounge

ล็อบบี้ 2 จุด พร้อม common area สไตล์ Industrial British Loft การออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่ง เพดานสูง

 

 

– Another Home Area

เริ่มต้น…ไอเดียดีๆให้โลดแล่น กับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ วิวสวน 180 อาศา เหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งที่ใส่ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้ง co-working Space ห้องประชุม มุมทำงาน มุมทำการบ้าน มุมอ่านหนังสือ ส่วนรับแขก และพื้นที่นั่งเล่น

 

 

– The Gym Club

เริ่มต้น…ชีวิต Fit & Firm ออกกำลังกายในห้องฟิตเนตขนาดใหญ่ เครื่องออกกำลังการครบครัน คลับของคนรักสุขภาพ

 

 

– Deep Relaxing Pool & Garden (สระว่ายน้ำ ขนาดความยาวกว่า  30 เมตร)

– สวน 4 แบบ 4 สไตล์ (Panoramic Greenery, Playground Garden, Backyard Garden, Double Skyline Roof Garden)

 

 

Panoramic Greenery ชั้น G
มุมมองกว้าง 180 องศา ด้วยทัศนียภาพแห่งความร่มรื่นจากทิวแถวต้นไม้ใหญ่ และลานน้ำล้น ไม่ว่าจะเดินเล่นในสวน หรือนั่งผ่อนคลายใน Another Home ก็มีความสุขแบบใกล้ชิดติดธรรมชาติ

Playground Garden ชั้น G
พื้นที่สนามเด็กเล่นที่เติมเต็มพัฒนาการสร้างความสนุกสนานแก่เด็กๆ

Backyard Garden ชั้น G
เริ่มต้น….วันสบายๆ นั่งเล่น ผ่อนคลายที่สวนหลังบ้าน

Double Skyline Roof Garden ชั้น 35 และ 38
สวนวิวขอบฟ้า รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ Sky Deck ลานนั่งเล่นเอกเขนก และสนาม Mini Golf

จำนวนที่จอดรถ : 32% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)

เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาส 2 ปี 2561

คาดว่าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ : ไตรมาส 4 ปี 2563

ราคาเริ่มต้น : 1.09 ล้านบาท*** (ราคาเฉลี่ยประมาณ 70,000/ตรม.)

 

 

ประมาณนี้ครับสำหรับรายละเอียดของโครงการนี้ Project : Kensington Sukhumvit – Thepharak by Origin แต่สำหรับบทความนี้ยังไม่จบแต่เพียงแค่นี้ … อย่างที่บอกไว้ความน่าสนใจของโครงการนี้สำหรับผม มันไม่ได้จบแค่เรื่องของ ทำเล ราคา หรือ แค่ความดีงามของ Product , Facilities แต่เพียงเท่านั้น เพราะโครงการนี้ยังมีความน่าสนใจในส่วนของความต้องการที่อยู่อาศัย (Real Demand) ของคนที่อยู่อาศัยเดิมในทำเลนี้และทำเลใกล้เคียงอีกด้วย เพราะแต่เดิมทำเลนี้ จัดว่าเป็นทำเลหรือโซนการอยู่อาศัยที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด (ทำเลเชื่อมต่อและใกล้กับโซนสุขุมวิท) ดังนั้นทำเลนี้โดยรอบจึงเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และชุมชนการอยู่อาศัย ซึ่งมีอายุการอยู่อาศัยกันมาประมาณ 10-20 ปี ขึ้นไป ดังนั้น หากมองเรื่องการขยายตัวหรือการแยกครอบครัวของคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ทำเลนี้จึงน่าจะมี Real Demand ที่ยังมีความต้องการรออยู่เยอะมากๆ ซึ่งจากเดิมคนกลุ่มนี้ หากต้องการทำงานในเมือง ก็มักจากมองหาโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในโซน สุขุมวิทตอนปลาย พวกอ่อนนุช – อุดมสุข ซึ่งปัจจุบัน โครงการในโซนที่กล่าวมาทุกวันนี้ราคาต่อตร.ม.ก็เริ่มสูงขึ้นมากแล้ว ดังนั้นพอความเจริญของส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเริ่มขยายตัวออกสู่ชุมชนการอยู่อาศัยรอบนอก กับราคาที่วันนี้สำหรับกลุ่มคนที่พึ่งเริ่มทำงานยังพอจับต้องได้ ผมจึงเชื่อแน่ว่า โครงการนี้จึงน่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดี และเป็นที่ต้องการของคนกลุ่มนี้

 

ซึ่งที่กล่าวมานั้นยังไม่รวมกับความต้องการที่อยู่อาศัยที่ใกล้โรงเรียนลูกของกลุ่ม พ่อ แม่ ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนตามสถานศึกษาชั้นนำที่มีชื่อเสียงในทำเลนี้อีก อย่างเช่น ร.ร.อัสสัมชัญสมุทรปราการ (โรงเรียนเก่าผมเลยครับ 555+) , ร.ร. เซนต์โยเซฟ ทิพวัล หรือกระทั้ง ร.ร. เซนต์โยเซฟ บางนา ที่มีปริมาณการเพิ่มขึ้นของนักเรียนเข้าใหม่ในทุกๆปีการศึกษา


และด้วยความที่ทำเลนี้เดิมเป็นแหล่งการอยู่อาศัยเดิมขนาดใหญ่อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสถานที่สำคัญๆ จึงต้องบอกเลยว่ามีความพร้อมรองรับการอยู่อาศัยได้แน่นอน ทั้งโรงพยายาล ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ตลาด และที่สำคัญ คือทำเลนี้ยังใกล้กับแหล่งงานอีกด้วย อันนี้ไม่นับแหล่งงาน พวก Office ที่อยู่ในเมืองนะ แหล่งงานสำคัญๆก็อย่างเช่น แหล่งนิคมอุตสาหกรรมปู่เจ้า , นิคมอุตสาหกรรม บางปู และ นิคมอุตสาหกรรม บางพลี

 

ซึ่งจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า หากดูจากตัวเลขจำนวนประชากรการอยู่อาศัยในโซนนี้ หรือ โซนอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยรอบ และจากการที่ในอนาคตทำเลนี้จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองตัดผ่าน โดยเฉพาะกับโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า กับราคาเริ่มต้นเพียง 1.09 ล้านบาท* แล้ว ผมว่าโครงการนี้น่าจะได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่ม Real Demand จริงได้ไม่ยากแน่นอน …

 

 

โดยโครงการนี้เตรียมจะเปิดขายรอบพิเศษ VIP PreSale Day 17 มิ.ย. นี้ และ สำหรับใครที่อ่านบทความนี้แล้วเกิดสนใจ ลองแวะไปชมห้องตัวอย่าง พร้อมรับบัตร ส่วนลด สูงสุด 80,000.-ได้ที่สำนักงานขายโครงการ เพื่อใช้เป็นส่วนลดพิเศษ ในวันงาน VIP PreSale Day นะครับ

 

ดูข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : http://kensington.origin.co.th/thepharak/ หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 020 300 000

 

และสำหรับใครที่ได้เยี่ยมชมห้องตัวอย่างของโครงการนี้แล้ว เกิดสนใจแต่ไม่แน่ใจอยากให้ผมช่วยแนะนำตำแหน่งยูนิต ว่าควรเลือกตำแหน่งไหนอย่างไรดี สามารถ Inbox เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับผมได้ ผมพร้อมช่วยเหลือแนะนำเต็มที่แน่นอนครับ ด้วยความยินดี ซึ่งจริงๆก็อยากทำ Unit Recommended ให้เหมือนโครงการอื่นๆ แต่ด้วยความที่กว่าจะถึงช่วง PreSale จริงก็อีกหลายวัน เดียวใกล้ผมอาจจะมีเขียนแนะนำ Unit Recommended ของโครงการนี้ให้อีกที่ก็แล้วกันนะครับ … หากใครจะรออ่านช่วงนั้นทีเดียวเลยก็ได้ครับ

 

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

 

 

 

 

Comments

comments