Project : Walden Sukhumvit 39 – Phrom Phong by Habitat Group

Posted on เมษายน 25, 2019, 5:10 pm
4 mins

Project : Walden Sukhumvit 39 – Phrom Phong by Habitat Group

เคยมีใครเป็นแบบนี้กันบ้างมั้ยครับ? เวลาที่เราเกิดความสนใจหรือกำลังมองหาที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม แล้วเกิดมีข้อสงสัยหรือตั้งคำถามกับตัวเองกันบ้างมั้ยครับว่า … เราจะเลือกโครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise หรือ Low Rise แบบไหนจะดีกว่ากัน? แล้วพอไปถามเพื่อน คนรู้จัก หรือ คนสนิท บางคนก็บอกว่า High Rise ดีกว่า บางคนก็บอกว่า Low Rise ดีกว่า สุดท้ายตอบตัวเองไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี ใครเคยประสบปัญหาแบบนี้บ้าง?

ซึ่งในมุมมองของผม ผมว่าจริงๆแล้วโครงการคอนโดมิเนียมทั้ง 2 แบบล้วนแล้วมีทั้งข้อดี และ ข้อด้อย ด้วยกันทั้งคู่นั้นแหละครับ แต่คนที่เค้ามาแนะนำเรา เค้าก็คงใช้ประสบการณ์หรือความชอบจากรูปแบบของโครงการที่เค้าๆเหล่านั้นเคยสัมผัสหรือเคยอยู่อาศัยมาก่อน มาเป็นตัวบอกหรือแนะนำเราอีกที ดังนั้นจึงไม่มีอะไรถูกหรือผิดหรอกจริงมั้ย? แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลนะครับ

แต่สำหรับใครที่อยากรู้ว่า โครงการคอนโดมิเนียมประเภท High Rise กับ Low Rise มันมีความแตกต่างหรือมีความน่าสนใจยังไงกันบ้างนั้น สำหรับบทความนี้ผมจะขอยกโครงการ Low Rise ที่น่าสนใจอีกหนึ่งโครงการมาเป็นตัวอย่างในการพูดถึงสำหรับบทความนี้เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพกันชัดเจนมากยิ่งขึ้นก็แล้วกันนะครับ

แต่ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทย หลักๆแล้วเราจะแบ่งออกได้เป็น 2  ประเภท คือ โครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise (อาคารพักอาศัยที่มีความสูงรวมเกิน 23 เมตร) กับ แบบ Low Rise  (อาคารพักอาศัยที่มีความสูงรวมไม่เกิน 23 เมตร)  ซึ่งรูปแบบในการพัฒนาหรือวางConceptของโครงการทั้ง2แบบนี้ก็จะมีอะไรที่มีความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป ตามข้อจำกัดซึ่งหนึ่งในข้อจำกัดหลักๆเลย นั่นก็คือ เรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการ

ถ้าโครงการที่มีที่ดินอยู่ติดถนนใหญ่ใกล้ รถสถานีรถไฟฟ้า ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นโครงการ High Rise เป็นหลัก ความสูงอาคารก็จะจัดเต็มตามข้อจำกัดความสูงของแต่ละพื้นที่ แต่ถ้าที่ดินหรือทำเลที่ตั้งโครงการเข้าซอยย่อยมาหน่อย ถนนมีความกว้างมากกว่า 6 – 10 เมตร เราก็จะเห็นการพัฒนาโครงการในรูปแบบ Low Rise ซึ่งหากมองในส่วนของรูปแบบการพัฒนาโครงการ High Rise ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีจำนวนยูนิตในโครงการที่หนาแน่นกว่าโครงการ Low Rise แน่นอนนะครับ ซึ่งในส่วนของความหนาแน่นยูนิตก็จะส่งผลโดยตรงการจำนวนที่จอดรถภายในโครงการอีกด้วย

ดังนั้นอย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ตอนเริ่มนะครับว่า จะเลือกโครงการคอนโดมิเนียบแบบ High Rise หรือ Low Rise มันไม่มีอะไรถูกหรือผิดหรอกครับ แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลเลยจริงๆนะครับ

ซึ่งโครงการที่ผมกำลังจะขอนำมาพูดถึงนั้นก็คือ โครงการ Walden Sukhumvit 39 – Phrom Phong by Habitat Group ซึ่งโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise ที่มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องของทำเลที่ตั้งของโครงการ Concept ออกแบบทั้งส่วนของตัวอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง Facilities Area ต่างๆภายในโครงการ ได้ความเป็นส่วนตัวจากจำนวนยูนิตในโครงการที่มีจำนวนไม่มากนัก (มีเพียง 16 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น)

และอีกหนึ่งความน่าสนใจโดยส่วนตัวของผมเองเลย นั้นก็คือเรื่องของ Unit Plan ที่มีความหลากหลายมากๆ ซึ่งผมจะได้มีการวิเคราะห์ในส่วนของ Unit Plan ที่มีความน่าสนใจของโครงการนี้ให้ทุกคนได้รู้กันนะครับ (ผมจะขอเน้นเฉพาะห้องแบบ Simply นะครับ เพราะยูนิตแปลนโครงการนี้เค้าเยอะจริงจังอะครับ)

 

Project Information :

ทำเลที่ตั้งโครงการ : ซ.สุขุมวิท 49/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โครงการอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญๆ เช่น 

ใกล้สถานศึกษา : รร.สาธิตฯ ประสานมิตร , ร.ร. วัฒนาวิทยาลัย , ม.ศรีนครินทรวิโรฒ , The American School of Bangkok , Ivy Bound International School , Wells International School , Bangkok Perp School

ใกล้ห้างสรรพสินค้า : The 49 Terrace , Piman 49 , Villa Market , UFM. Fuji Super , Nihonmura Mall , The EmQuatier , Emporium , The Commons , J Avenue , Penny’s Balcony , Rain Hill , Terminal 21

ใกล้สถานที่สําคัญ : รพ.สมิติเวช , รพ.สุขุมวิท , สวนเบญจสิริ

ขนาดที่ดิน : 0 – 3 -22 ไร่

ลักษณะโครงการ : อาคารชุดพักอาศัย Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร

จำนวนยูนิต : ยูนิตพักอาศัย 116 ยูนิต

Unit Type : Fully – Furnished , Floor to Ceiling 2.5 m.

1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 31 – 43 ตร.ม.

Type A 1 : ขนาดพื้นที่ 31.91 ตร.ม.

แม้ถ้าเราดูจากรูป Unit Plan ด้านบน อาจดูแปลไปสักหน่อย สำหรับ Type A1 ในหามองในมุมของ Function การใช้งาน ก็ต้องบอกเลยว่า Type A 1  มีความน่าสนใจมากๆนะครับ ได้กระจกหน้ากว้างทั้งส่วนของ Function : Living + Dining และ Bedroom แต่ก็อาจจะตกแต่งห้องยากสักหน่อยในส่วนของ ชั้นวางทีวีที่อยู่ฝั่งของกระจกใน Function : Living

 

Type A 2 , A2 – 1, A 3 , A 4 : ขนาดพื้นที่ 34.56 , 34.59 , 34.60 ตร.ม.

สำหรับ Type A 2 , A2 – 1, A 3 , A 4 : ขนาดพื้นที่ 34.56 , 34.59 , 34.60 ตร.ม. การออกแบบจะดูลงตัวมากขึ้นนะครับ ด้วยความที่เป็นห้องแบบทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส โดยส่วนของกระจกฉากกันบานเลื่อนระหว่าง Function : Living กับ Bedroom เป็นแบบ 4 ตอน ทำให้พื้นที่ 2 Function นี้หากเปิดส่วนของฉากกั้นออกจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโดยรวมกว้างขึ้นมากๆนะครับ

และที่มาเพิ่มความพิเศษให้กับ Unit Plan หลายๆ Type ของโครงการนี้ ก็คือการเพิ่มส่วนของพื้นที่ระเบียงที่มีการแทรกพื้นที่สีเขียวเข้ามาภายในห้อง ทั้งส่วนที่อยู่ใน Function : Living กับ Bedroom

ส่วนสำหรับใครที่อยากได้พื้นที่ส่วนของระเบียงพื้นที่สีเขียวเยอะๆผมก็แนะนำให้ดูในส่วนของ Unit Plan : Type A 8 ขนาดพื้นที่ 38.94 ตร.ม. เลยนะครับ Function Layout การอยู่อาศัยในส่วนต่างๆภายในห้อง จะเหมือนกับ Type A 2 , A2 – 1, A 3 , A 4 แต่จะแตกต่างในส่วนของพื้นที่ของระเบียงห้องเท่านั้น

Type A 5 , A 7 : ขนาดพื้นที่ 38.59 , 38.69 ตร.ม.

สำหรับ Type A 5 , A 7 : ขนาดพื้นที่ 38.59 , 38.69 ตร.ม. จะเป็น Function ห้องหน้ากว้าง และพิเศษ ด้วยความเป็นตำแหน่งห้องมุม ดันนั้นจะได้ความสว่างจากกระจกในทุก Function Layout ของห้อง เป็น Unit Plan ที่ต้องบอกเลยว่าว้าวและมีความน่าสนใจมากๆนะครับ สำหรับ Type A 5 , A 7 : ขนาดพื้นที่ 38.59 , 38.69 ตร.ม. ของโครงการนี้

 

Type A 6 , A 6 – 1 : ขนาดพื้นที่ 38.65 ตร.ม.

สำหรับ Type A 6 , A 6 – 1 : ขนาดพื้นที่ 38.65 ตร.ม. จุดเด่นของ Type นี้คือ Function : Bedroom ที่จะอยู่ในตำแหน่งที่เป็นห้องมุมจึงได้เป็นบานกระจกเข้ามุมทั้ง 2 ด้าน และเพิ่มเติมในส่วนของพื้นที่สีเขียวด้านนอกเข้ามา โดยถ้าเป็น Type A 6 ส่วนของระเบียงต้นไม่จะอยู่บริเวณด้านนอกส่วนของ Function : Bathroom และ ถ้าเป็น Type A 6 – 1 ส่วนของระเบียงต้นไม่จะอยู่บริเวณด้านนอกส่วนของ Function : Bedroom แทน ซึ่งถ้าวางตำแหน่งโต๊ะทำงานไว้ตามภาพ Unit Plan ด้านบนก็ดูลงตัวเลยนะครับ

 

Type A 9 : ขนาดพื้นที่ 43.77 ตร.ม.

 

สำหรับ Type A 9 : ขนาดพื้นที่ 43.77 ตร.ม. จะเป็น Unit Plan : 1 Bedroom ที่ใหญ่ที่สุดในโครงการ จุดเด่นคือส่วนของ พื้นที่ Function : Living + Dining ที่มีขนาดพื้นที่รวมที่ใหญ่และดูลงตัว และในส่วนของ Function : Bedroom ก็ยังมีกระจกรับแสงทั้ง 2 ด้าน และเพิ่มเติมในส่วนของระเบียงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มเข้ามาอีกด้วย

 

1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ 40 – 45 ตร.ม.

Type B1 , B1 -2 : ขนาดพื้นที่ 40.06 ตร.ม. ด้วยความที่ Unit Plan นี้เป็น Unit Plan ที่ทางโครงการมีการตกแต่งเป็นห้องตัวอย่าง ดังนั้นผมจะลงรายละเอียดในการวิเคราะห์ Function Layout ให้เยอะเป็นพิเศษนะครับ เพราะพอมีภาพประกอบทุกท่านน่าจะเห็นภาพและเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องเราจะพบกับส่วนของ Function : Kitchen ที่เป็นครัวแบบเปิดทรง L – Shape บริเวณด้านใต้ของเตาไฟฟ้าจะเป็นตำแหน่งการวางส่วนของเครื่องซักผ้า ส่วนด้านขวาจะเป็นส่วนของ Sink ล้างจานและด้านล่างจะเป็นตำแหน่งการวางเครื่องไมโครเวฟ ดูลงตัวและใช้พื้นที่ภายในห้องไม่เยอะ สำหรับใครที่ไม่เน้นการประกอยอาหารหรือทำครัวภายในห้องมากนักน่าจะชอบ

ส่วนของ Function : Dining จะเป็นแบบเคาน์เตอร์บาร์ แบบ 2 ที่นั่งหันหน้าเข้าไปทางส่วนของ Sink ตามภาพประกอบด้านบน

ส่วนของ Function : Living จะอยู่บริเวณศูนย์กลางของห้อง โดยจะมีการแบบพื้นที่กับส่วนของพื้นที่ Function อื่นๆ เช่น Bedroom และ ห้องอเนกประสงค์ ด้วยฉากกั้นกระจกบานเลื่อน 

 

ส่วนของ Function : ห้องอเนกประสงค์ ทางโครงการแต่งห้องตัวอย่างให้เป็น Function ห้องทำงาน ซึ่งดูลงตัว เพราะอยู่ใกล้กับส่วนของหน้าต่างช่วยในเรื่องของแสงสว่างเวลาที่เราอยู่อาศัยในพื้นที่ Function ในส่วนนี้

และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบสำหรับการออกแบบพื้นที่ Function : ห้องอเนกประสงค์ ของ Unit Plan นี้นั้นก็คือจะมีประตูกระจกที่เราสามารถเดินออกไปสู่ส่วนของพื้นที่ระเบียง ที่ทางออกหลักจริงๆคือ Function : Bedroom ได้ด้วย อันนี้น่าจะตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่ระเบียงได้จริงเวลาที่อยู่อาศัย

ส่วนของ Function : Bedroom อย่างที่บอกไปว่าจะแบบพื้นที่กับส่วนของ Function : Living ด้วยฉากกั้นกระจกบานเลื่อนแบบ 4 ตอน ซึ่งข้อดีของการใช้เป็นฉากกั้นกระจกบานเลื่อนแบบ 4 ตอนก็คือเมื่อเวลาที่เราเลื่อนเก็บเพื่อเปิดพื้นที่ของห้อง ห้องจะดูกว้างมากยิ่งขึ้นถ้าเทียบกับฉากกั้นกระจกแบบ 3 ตอนนะครับ

ส่วนของ Function : Bathroom จะอยู่ด้านในส่วนของ Function : Bedroom โดยจะเป็น Bathroom แบบ Sexy Bath และมีส่วนของอ่างอาบน้ำ

 

สรุปโดยรวมแล้วสำหรับ 1 Bedroom Plus Type B1 , B1 -2 : ขนาดพื้นที่ 40.06 ตร.ม. ของโครงการนี้ ส่วนตัวแล้วผมมองว่ามีความลงตัวและน่าจะตอบโจทย์สำหรับการอยู่อาศัยของคนที่อยากได้พื้นที่ในส่วนของ Function :  Living + Bedroom ขนาดใหญ่ และ ส่วนของ Function : Bathroom ที่มีส่วนของอ่างอาบน้

Type B 2 , B 3 : ขนาดพื้นที่ 45.77 , 45.96 ตร.ม.

สำหรับ Unit Plan : 1 Bedroom Plus Type B 2 , B 3 : ขนาดพื้นที่ 45.77 , 45.96 ตร.ม. โดยหลักๆแล้ว Function Layout จะเหมือนกันทั้งหมด จะแตกต่างเพิ่มเข้ามาคือ Type B 3 จะมีพื้นที่ในส่วนของระเบียงของ Function : Bedroom โดยทั้ง 2 Type จะมีความแตกต่างกับ Type  B 1 คือส่วนของ Function : Bedroom เรื่องของความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าเพราะเป็นผนังทึบ บานประตูเปิด-ปิด และ ได้ผนังเป็นแบบกระจก 2 ด้านจากการเป็นยูนิตตำแหน่งมุม

 

1 Bedroom Loft ขนาดพื้นที่ 34 ตร.ม.

2 Bedroom ขนาดพื้นที่ 53 – 59 ตร.ม.

Type C 1 , C 2 : ขนาดพื้นที่ 53.25 , 53.52 ตร.ม.

 

สำหรับ Unit Plan : 2 Bedroom Type C 1 , C 2 : ขนาดพื้นที่ 53.25 , 53.52 ตร.ม. ในส่วนของ Function Layout ต่างๆภายในห้องจะเหมือนกัน จะแตกต่างกันเฉพาะส่วนของพื้นที่ระเบียงของ Function : Master Bedroom จุดเด่นของ Unit Plan : 2 Bedroom Type C 1 , C 2 คือการให้ความสำคัญกับการออกแบบ Function : Master Bedroom เป็นหลัก ทั้งการวางให้เป็นตำแหน่งที่ได้ผนังกระจก 2 ด้าน และเรื่องการจัดวางส่วนของ Function : Private Bathroom ที่มีอ่างอาบน้ำไว้ภายในด้วย

ส่วนของทางเข้าที่เป็น Foyer ให้อารมณ์การอยู่อาศัยแบบบ้าน แต่โดยส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ค่อยจะชอบ Unit Plan ที่มีความเฉียงๆแบบนี้สักเท่าไร แต่ถ้าใครที่ติดเรื่องนี้แบบผมไม่เป็นไรครับ ไปพบกับ Unit Plan : 2 Bedroom Type ต่อไปของโครงการนี้กันเลย

 

Type C 3 , C 4 , C 5 : ขนาดพื้นที่ 57.64 , 58.94 , 59.44 ตร.ม.

อย่างที่บอกไปนะครับสำหรับใครที่อาจจะชอบ Unit Plan ที่เป็นแบบ สี่เหลี่ยนจัตุรัสแบบธรรมดาเข้าใจง่าย ผมก็แนะนำให้ลองดู Unit Plan Type C 3 , C 4 , C 5 : ขนาดพื้นที่ 57.64 , 58.94 , 59.44 ตร.ม. แทนนะครับ โดยส่วนตัวแล้วถ้าดูจาก ทั้ง 3 Type ผมชอบ Type C3 มาที่สุดนะครับ ไม่ใช่เพราะความที่ได้ระเบียงใหญ่ แต่ผมรู้สึกว่าการออกแบบของ Type C 3 จะได้ความแกรนด์ในส่วนของ Function : Living ของห้อง โดยเฉพาะถ้าใครที่มองเรื่องของการเช่ากลุ่มลูกค้าต่างชาติน่าจะชอบสำหรับ Unit Plan นี้

แต่สำหรับใครที่อยู่อาศัยเองแล้วต้องการ Function Layout ของห้องแบบ 2 Bedroom ผมแนะนำว่า Type C 4 และ C 5 น่าจะตอบโจทย์ความคุ้มค่าและFunction การใช้งานที่เข้าใจได้ง่ายมากกว่านะครับ

 

2 Bedroom Loft ขนาดพื้นที่ 45 – 60 ตร.ม.

 

Floor Plan : จำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 16 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น

Ground Fl. : Floor To Ceiling ประมาณ 4.30 m.

02 – 08 Fl. : ยูนิตพักอาศัย

Roof Floor :

Facilities :

Ground floor – Grand Lobby , Outdoor Recreation Area with Landscape , Juristic Office , Fitness

 

 

 

 

 

 

Roof Floor – Swimming pool (14.00 m. x 4.20 m.) , Pool Terrace , Waterfall , Floating Walkway , Kids Pool , Shallow Pool , Jacuzzi , Onzen , Relaxing Seat , Vichy Foot Therapy , Massage Walk , Shower , Active Playground , Family Seat , Sala , Sky Terrace, Under The Tree Bar , BBQ Area , Social Conner

 

 

 

 

 

 

จำนวนที่จอดรถ : 57 คัน ประมาณ 49 % (รวมจอดซ้อนคัน)

ค่าส่วนกลางและค่ากองทุน : 70 / 700  บาทต่อตร.ม.

ราคาเริ่มต้น : 5.9 ล้านบาท**

 

สำหรับบทความ Project : Walden Sukhumvit 39 – Phrom Phong by Habitat Group ก็จะประมาณนี้นะครับ ผมว่าโครงการนี้เป็นอื่นหนึ่งโครงการ Low Rise ที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะสำหรับใครที่อยากได้ Unit Plan สำหรับการอยู่อาศัยที่แตกต่าง ในทำเลใจกลางเมืองแบบนี้นะครับ

ส่วนสำหรับสายลงทุนปล่อยเช่า ผมเชื่อว่าความต่างในเรื่องของ Concept การออกแบบและ Unit Plan ของโครงการนี้ น่าจะตอบโจทย์ผู้เช่าหลายๆกลุ่มโดยเฉพาะ 2 Bedroom ที่น่าจะตอบโจทย์กลุ่ม Family ที่เป็นชาวญี่ปุ่นได้เลยนะครับ และหากเปรียบเทียบในเรื่องของราคาวันนี้กับหลายๆทำเลอย่าง อโศก ทองหล่อ หรือ เอกมัย ก็ต้องขอยอมรับเลยว่าทำเลนี้โครงการนี้มีราคาที่น่าสนใจมากๆ เพราะเริ่มต้นเพียง 178,000 บาทต่อตร.ม. (เฉลี่ย 185,000 บาทต่อตร.ม. เท่านั้น) ราคานี้ได้โครงการที่อยู่ในทำเลพร้อมพงศ์ เด่นทั้งเรื่องของทำเลและความเป็นส่วนตัวจำนวนยูนิตน้อยด้วย ถือน่าสนใจมากๆครับ

ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจโครงการนี้ โดยเฉพาะในส่วนของ Unit Plan ที่มีความหลากหลายมากๆ ผมอาจจะอธิบายหรือพูดถึงในรายละเอียดไม่ครบถ้วน เพราะบอกเลยว่ารายละเอียดในส่วน Unit Plan ของโครงการนี้เค้าเยอะจริงๆ ก็สามารถพิมพิ์มาพูดคุยและเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นกับผมได้เช่นเคยนะครับ

 

ลงทะเบียนรับข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.habitatgroup.co.th/walden_sukhumvit39

เบอร์โทร : 063 424 8999

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

 

 

Related Post

Comments

comments