News : คอนโดฯ PreSale กับกลไกราคาที่คุณไม่เคยรู้

Posted on สิงหาคม 30, 2018, 12:41 pm
3 mins

 

News : คอนโดฯ PreSale กับกลไกราคาที่คุณไม่เคยรู้

 

 

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายว่างเว้นจากการเขียนบทความ News ไปนาน เชื่อว่าแฟนเพจหลายท่านเฝ้ารอบทความ Style นี้ของ Inso Condo อยู่ไม่มากก็น้อย ก่อนอื่นเลย ผมก็ต้องกราบขออภัยแฟนเพจที่รักทุกท่านที่คอยติดตามเฝ้ารอทวงถามกันมาอย่างต่อเนื่อง ว่าเมื่อไร? เมื่อไรผมถึงจะมีงานเขียนบทความ News ออกมาใหม่ๆซักที T-T ซึ่งผมต้องขออธิบายหรือจะเรียกว่าแก้ตัวก็ได้นะ 555+  เนื่องจากความยากง่ายในการเขียนบทความ News ในแต่ละครั้ง เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ผมยกมานำเสนอนั้น ผมคิดวิเคราะห์จับประเด็นการนำเสนอเองทั้งหมด และ  เพื่อต้องการให้เนื้อหาออกมาสมบูรณ์และดีที่สุด ดังนั้นหลายต่อหลายครั้ง ที่ผมคิดจะสร้างประเด็นเพื่อใช้ในการนำเสนอใหม่ๆมันมักจะจบลงในหัวผมซะก่อน เนื่องจากคิดไปคิดมาแล้วมันยังไม่สมบูรณ์ เลยพักไว้ก่อนและสุดท้ายก็ไม่ได้นำมาเขียนเป็นบทความซะที่ >///< แต่เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะเนอะครับ (เนียนๆ ลืมๆ กันไปเนอะ) กลับมาเข้าเรื่องของบทความใหม่ล่าสุดชิ้นนี้กันดีกว่าเนอะ

 

” News : คอนโดฯ PreSale กับกลไกราคาที่คุณไม่เคยรู้ ” 

เนื่องจากผมมองว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา กระแสของคอนโดใหม่ที่เปิดขาย PreSale ดูจะคึกคักและได้รับกระแสตอบรับที่ดีแทบจะเกือบทุกโครงการ ทุก Segment ทุกทำเล กันเลยก็ว่าได้ ส่งผลต่อเนื่องยาวมาถึงช่วงนี้ที่จะเริ่มเห็นมีกระแสโครงการใหม่ๆของ Dev เจ้านั้น เจ้านี้ ในทำเลต่างๆ ที่เตรียมทะยอยจะเปิดขาย PreSale กันอย่างคึกคัก ดังนั้นจึงเป็นที่มาของบทความนี้ บทความที่ผมอยากจะเขียนเพื่อเป็นการ ช่วยแนะนำ หรือ ให้แนวคิดในการเลือกซื้อ ยูนิตของโครงการต่างๆที่เตรียมจะเปิดขาย PreSale … บวกกับต้องเตือนสติตัวเองกันด้วยว่า ตลาดคอนโดฯวันนี้มันไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อวันวาน โดยเฉพาะกลุ่ม Investor หรือ Speculator ที่ในหนึ่งโครงการใหม่ ไม่ใช่ว่าจะซื้อ ยูนิตไหน? Typeไหน? ตำแหน่ง? รวมถึงราคาไหนก็ได้ … ถ้าใครที่ยังมีความคิดแบบนี้ แค่เริ่มคิดจะซื้อก็ผิดแล้ว จริงๆนะครับ

 

ซึ่งในโครงการหนึ่งโครงการนั้น จริงๆแล้วมันมีความแตกต่างและหลากหลายในรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ ซึ่งผมก็เชื่อว่ามีหลายๆคนที่ลืมมอง หรือ ไม่เคยรู้เลยว่ามี ยกตัวอย่างเช่น

คยสงสัยกันมั้ยว่า ? Dev แต่ละเจ้าเค้ามีการวางกลไกราคา(ต่อยูนิต)ของแต่ละโครงการใหม่ที่เตรียมจะเปิดขายช่วง PreSale กันแบบไหน? ยังไง?

เคยสงสัยกันมั้ยว่า ? ราคายูนิตเริ่มต้น ตามหน้าสื่อโฆษณา ตำแหน่งมันอยู่ตรงไหน? และ มันมีซักกี่ยูนิตในโครงการกันแน่

เคยสงสัยกันมั้ย? ทำไมโครงการที่มีหลายพันยูนิต เปิดขาย PreSale กันแค่ ครึ่งวัน หรือ 2-3 ชม. Dev ประกาศ Sold Out มันไปขายหมดกันตอนไหนฟะ ?

และที่สำคัญที่สุด คุณเคยสงสัยกันมั้ย? โดยเฉพาะกลุ่ม Real Demand ว่า ในหนึ่งโครงการที่มีความหลากหลายทั้งในเรื่องของ วิว ตำแหน่ง และ ราคา ยูนิตแบบไหน? ที่เหมาะและตอบโจทย์วัตถุประสงค์การซื้อของคุณและที่สำคัญยูนิตนั้น คุณยังพอมีโอกาสเข้าถึงหรือเป็นเจ้าของมันได้จริงๆ … ผมเชื่อว่าบทความนี้จะช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้ …

 

ตารางนี้นำเสนอ : การแบ่งสัดส่วนประเภทของยูนิตในแต่ละโครงการ

โดยจะมีการอธิบายสัดส่วนของประเภทยูนิตเป็นกลุ่มๆ ว่าเป็นยูนิตประเภทไหน ? และ พฤติกรรมการเข้าซื้อ คือ กลุ่มเป้าหมายประเภทใด ? พร้อมจัด Level ของ Price ในแต่ละกลุ่มประเภทยูนิตมาให้ด้วย ( เนื่องจากแนวคิดดังกล่าว แต่ละ Dev มีการวางสัดส่วนที่ไม่มีสูตรตายตัว ดังนั้นตัวเลขทั้งหมดในตารางด้านล่าง ล้วนเป็นตัวเลขประมาณการจากประสบการณ์ที่ผมได้รับรู้มาเท่านั้น แต่คิดว่าไม่น่าจะผิดหรือคลาดเคลื่อนจากนี้มากนักนะ 555+)

 

 

 

 

 

คำอธิบายเบื้องต้น …
Real Demand: เพื่ออยู่อาศัยเอง, ซื้อให้ลูก, อยู่อาศัยเป็นครั้งคราว
Investor: เพื่อการลงทุนปล่อยเช่า หวัง %Yield, เก็บเป็นทรัพย์สิน, ขายต่อในอนาคต หวัง Capital Gain ในอนาคต
Speculator: ลงุทนระยะสั้น ขายต่อใบจอง หรือ ขายก่อนโอน คือ ไม่โอนฯแน่ๆ

 

Product : Rare Unit : Unit Type (Special)

Penthouse , Duplex , 3 Bedroom , Top View , High Zone , View Facilities (Pool / Garden)

Target : Real Demand & Investor

Price :  F  (Max)

 

เริ่มที่กลุ่มแรกนี้ ผมจัดให้เป็นกลุ่มที่ต้องเรียกว่า Rare Unit ของแต่ละโครงการเลยนะครับ ซึ่ง Unit Plan ของกลุ่มนี้ในแต่ละโครงการ น่าจะมีสัดส่วนอยู่ไม่เกิน 3 % ของยูนิตทั้งหมดในโครงการ โดยความเป็น Rare Unit นั้นจะส่งผลต่อความแตกต่างซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1. ความแตกต่างในเรื่องของ ขนาดของพื้นที่ , Unit Type และ Function ต่างๆภายในยูนิต (Penthouse , Duplex , 3 Bedroom) และอาจยังเพิ่มความ Rare ด้วยการที่ตำแหน่งของยูนิตถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่มีความโดดเด่นในเรื่องของวิวในแต่ละยูนิต (Top View , High Zone , View Facilities (Pool / Garden)) ซึ่งจากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ายูนิตเหล่านี้มีองค์ประกอบของความ Rare มากๆ จึงส่งผลต่อราคาของยูนิตเหล่านี้ โดยถ้าเทียบกับราคาเฉลี่ยของยูนิตทั่วไปๆของโครงการนั้นๆ ราคาต่อยูนิต เหล่านี้จะจัดว่าเป็นยูนิตที่มีราคาต่อตร.ม.ที่สูงมากๆ ซึ่งอาจจะสูงมากกว่า Segment ของ Brand ของโครงการนั้นๆ ซะด้วยซ้ำ

 

ส่งผลให้กลุ่ม Speculator จะไม่ค่อยให้ความสนใจหรือไม่ค่อยได้รับความนิยมในหมู่คนกลุ่มนี้ ข้อดี คือส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิดการเข้าแย่งซื้อในช่วงของการเปิดตัว PreSale โดยกลุ่ม Target ที่จะให้ความสนใจกับกลุ่ม Rare Unit นี้ก็คือกลุ่มที่เป็น Real Demand ที่มีกำลังซื้อ และ ต้องการซื้อไว้เพื่อการอยู่อาศัยเองเป็นหลัก กับ อีกกลุ่มก็คือ กลุ่ม Investor ที่มองเรื่องของการปล่อยเช่า หรือ ขายต่อเพื่อหวัง Capital Gain ในอนาคต …

 

 

Product : Unit Plan (Best Position Best View) : Price Expensive

Top View , High Zone , City View , River View , View Facilities (Pool / Garden)

Target : Real Demand 60 – 70 % , Investor , Speculator

Price : E

 

กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มของยูนิตพวก Best Position Best View คือตำแหน่งยูนิตสวยไร้ตำหนิ วิวดี วิวโปร่งโล่ง ไม่มีอะไรบัง City View , River View แบบว่าใครเห็นก็ต้องชอบ และตัดสินใจซื้อไม่ยาก ซึ่งส่วนใหญ่ Dev จะตั้งราคาของยูนิตเหล่านี้ไว้อยู่สูงกว่าราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.ของโครงการ … ดังนั้นกลุ่มคนที่เข้าซื้อจึงมักเน้นไปที่กลุ่ม Real Demand ที่มองเรื่องของการอยู่อาศัยเองเป็นหลักมากกว่า แต่ก็จะมีส่วนผสมของ Investor และ Speculator เข้ามาแย่งด้วยบ้างเป็นบางโครงการ ตามแต่ Segment โดยเฉพาะ พวกโครงการที่อยู่ในระดับ Segment ( >7 MB) ขึ้นไป ซึ่ง Real Demand ในสินค้าระดับนี้ มักจะเน้นยูนิตสวย ตำแหน่งดี เป็นหลักในการเข้าซื้อ ช่วงที่โครงการแล้วเสร็จ พร้อมอยู่ …

 

ซึ่ง Speculator ที่เลือกยูนิตในกลุ่มนี้ ปัจจัยสำคัญ คือ ต้องมีเงินเย็นและใจต้องนิ่งหน่อยนะครับ อาจต้องเจอภาวะถือยาวจนโครงการใกล้จะแล้วเสร็จโน้นเลย กว่ากระแสจะเริ่มมา ส่วน Investor ที่ให้ความสนใจ ยูนิตในกลุ่มนี้ ง่ายๆเลย ตำแหน่งยูนิตสวยๆ เวลาที่โครงการแล้วเสร็จมา ปล่อยเช่าแข่งกับยูนิตอื่นๆในโครงการโอกาสปล่อยเช่าได้น่าจะมีคนให้ความสนใจเช่าได้ง่ายกว่า รวมถึง Capital Gain ก็มีโอกาสอัพเพิ่มในอนาคตได้มากกว่า (โดยเฉพาะ พวกโครงการที่มี City View , River View )

 

Product : Unit Plan (Mass) : General

Mid Zone

Target : Pre Sale , General & New Customer : Unit Plan (Mass)

Real Demand & Investor 80 – 90 % , New Speculator 10 – 20 % (เม่าน้อย)

Price : D (Over Market Price)

 

กลุ่มที่ 3 กลุ่มนี้ Unit Plan จะไม่มีความพิเศษ หรือ แตกต่างอะไร จะเป็นกลุ่มพวกยูนิตทั่วๆไป โดยส่วนใหญ่ยูนิตเหล่านี้มันจะอยู่ในตำแหน่ง Mid Zone ของในโครงการนั้นๆ แต่ที่จะมีความแตกต่างกับกลุ่มอื่นๆ ก็คือในเรื่องของราคาต่อตร.ม. โดยราคาของยูนิตในกลุ่มนี้ก็มักจะมีราคาที่ Over Market Price เมื่อเทียบกับราคา Avg. ของโครงการโดยรอบ ซึ่งยูนิตในกลุ่มนี้คนส่วนใหญ่ที่มักเลือกซื้อยูนิตเหล่านี้ ผมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Real Demand & Investor อันนี้ผมว่าสมเหตุสมผลนะ เพราะจะอยู่เอาหรือจะลงทุนปล่อยเช่าในอนาคต ตำแหน่งห้องตัองโอเค วิวต้องรับได้ ดังนั้นจ่ายแพงหน่อย แต่ตำแหน่งพอรับได้ถือว่าตอบโจทย์การซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง อันนี้จบ

 

แต่ที่น่าห่วงและเห็นอยู่บ่อยๆ คือ อีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่ม New Speculator ที่ไม่ค่อยได้ทำการบ้าน เปรียบเทียบราคาของโครงการเปรียบเทียบในทำเล ดังนั้นการเลือกซื้อจะไม่ขาด คือซื้อไว้ตำแหน่งอะดีนะ แต่ราคาต่อตร.ม.มันสูงเกินกำลัง Real Demand จริงที่จะมาซื้อต่อ โดยเฉพาะ กรณีเล่นสั้นนี้ กับยูนิตในกลุ่มนี้แทบจะบอกว่าเป็นไปได้ยากมากๆเลยนะครับ … เอาจริงๆ ผมว่า กลุ่ม New Speculator ต้องทำการบ้านก่อนการเข้าซื้อดีๆนะครับ เพราะตลาดวันนี้มันไม่ง่าย และ ไม่ใช่ว่าทุกยูนิตในแต่ละโครงการจะขายต่อทำราคาได้ดีเท่ากันหมดนะ

 

Product : Unit Plan (Mass) : Price Conscious

Low Zone , Bad View Good Price is Ok

Target : Pre Sale , General & New Customer (Price Conscious)

Investor , Speculator , Real Demand

Price : C (Under Market Price or Same Market Price)

 

กลุ่มที่ 4 กลุ่มนี้ Target มีความหลากหลายแต่จุดมุ่งหมายในการเลือกซื้อจะชัด คือ ให้ความสำคัญกับเรื่องของราคาที่ต่ำมากๆ ใกล้ราคา Start Price หรือ ราคาเรียกตอน PreSale เป็นหลัก โดยสิ่งที่ Target กลุ่มนี้ยอมลดทอน หรือให้ความสำคัญเป็นอันดับท้ายๆ คือเ เรื่องของตำแหน่ง และ วิวของยูนิต ประมาณว่าตำแหน่งไหนวิวอะไรไม่สำคัญ ขอให้ราคาถูก และ สามารถไปต่อ หรือขายบวกได้ … ย้ำคำว่า “สามารถไปต่อ หรือ ขายบวกได้ ” ดังนั้นยูนิตในกลุ่มนี้ จึงเป็นยูนิตที่มีการแย่งกันซื้อในช่วงของการเปิดขาย PreSale ของแต่ละโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่ Speculator ก็มักจะแย่งกันเข้าซื้อ เนื่องจากเรื่องของราคา Package จะไม่สูงมากนัก ต้นทุนความเสียงจะต่ำกว่า หลายๆยูนิตในกลุ่มอื่นๆ

 

เรื่องเศร้าก็คือ Real Demand ที่มีงบน้อย และอยากได้ที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองซักยูนิต หากไม่ยอมโดนบวกเพิ่มโดยการ จากกลุ่ม Speculator การจะเข้าถึงยูนิตในกลุ่มนี้ แทบจะเป็นเรื่องยากมากๆ หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย จริงๆนะครับ

 

Product : Unit Plan (Mass) : First Booking & Under PreSale Price
Select Floor (Dev)

Target : VVIP , Big Lot , Member , Old Customer

Speculator 90-100%

Price : B (Under Market Price or Under Avg. Price in Project)

 

กลุ่มที่ 5 จริงๆและยูนิตในกลุ่มนี้ก็คือยูนิตทั่วๆไปในโครงการเนี้ยแหละครับ … แต่จะมีความแตกต่างในเรื่องของต้นทุนการซื้อต่อยูนิตแน่ๆ Under Market Price or Under Avg. Price in Project  โดย Dev หลายๆเจ้าก็จะมีวิธีในการคัดกรองหรือสร้างเงื่อนไขการจองสำหรับยูนิตในกลุ่มนี้แตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งผมมองว่าวิธีในการเลือกยูนิตในกลุ่มนี้มาขายก่อนให้กับกลุ่มพิเศษไม่ว่าจะเป็น VVIP , Big Lot , Member , Old Customer ถือว่าไม่มีอะไรที่ต้องมองว่าไม่ถูกไม่ควร แต่ถามว่า สำหรับกลุ่ม New Speculator หรือ Investor บางคนก็ตามที่ คุณเคยรู้มั้ยว่ายังมียูนิตในกลุ่มนี้อยู่ แถมราคาอาจจะมาต่ำกว่าราคาที่พวกคุณไปแย่งต่อคิดกันช่วง PreSale ของโครงการซะอีก … และอย่าบอกว่าไม่แคร์ เพราะ ยูนิตจากกลุ่มนี้มีผลต่อการตั้งราคาขายต่อ ReSale ในอนาคตของพวกคุณแน่ๆ ดังนั้น สำหรับ Speculator หรือ New Speculator คุณคิดว่าควรจะเข้ากลุ่มไหน ก็ลองคิดดูนะครับ …

 

และจะกล่าวถึงกลุ่ม Real Demand ใหม่ ที่พึ่งอยากจะมียูนิตเป็นของตัวเองเป็นที่แรก ถ้าไม่รู้จากวงใน หรือ มีญาติพี่น้องเพื่อนสนิท ที่เป็นลูกค้าเก่าของแต่ละ Dev สำหรับยูนิตในกลุ่มนี้ทำใจลืมๆไปได้เลยนะครับ เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้ หรือ ถ้าอยากได้ยูนิตในกลุ่มนี้อาจต้องจับจังหวะ กระแสการ ReSale ดี เพราะช่วงใกล้ๆ ทำสัญญาอาจมี Big Lot เท แต่ตำแหน่งห้องก็อาจไม่สวยแล้ว สุดท้ายถ้าเป็น Real Demand ที่จะซื้อไว้อยู่อาศัยเองเป็นยูนิตแรก ผมแนะนำให้ Focus ที่กลุ่ม 3-4 ยังมีความเป็นไปได้มากที่สุด แถมยังพอมีโอกาสได้เลือกยูนิตตำแหน่งดีๆได้ด้วย

 

Product : Unit Plan : Low-Priced , Under Market Price

Bad Location In Project

Target : Start Price , Promotion , Lucky Draw

General & 1st (ต่อคิว)

Price : A (Under Market Price )
กลุ่มสุดท้าย … ยูนิตในกลุ่มนี้ง่ายๆเลยครับ แต่สำหรับผม ผมมักจะเรียกยูนิตในกลุ่มนี้ว่า ยูนิตที่ไม่มีจริงและส่วนตัวมันจะไม่ค่อยให้ความสนใจหรือนำมาเป็นหลักในการเลือกซื้อซะเท่าไร ผมกำลังพูดถึงกลุ่มยูนิตราคาพิเศษ ที่เป็นราคา Start Price ซึ่ง Dev มันจะใช้เป็นราคาเรียกแขก แต่จริงๆแล้วมียูนิตมากสุดคงไม่เกิน 3% ของยูนิตทั้งหมดในโครงการนั้นๆ และการที่ Dev จะเลือกยูนิตตำแหน่งไหนมาทำราคาแบบนี้ได้ อย่าไปคาดหวังเรื่องของตำแหน่งหรือสภาพวิวของยูนิตเหล่านี้เลยสบายใจกว่าเนอะ โดยเงื่อนไขส่วนใหญ่ในการจองยูนิตราคาพิเศษเหล่านี้ ก็มีหลากหลาย มีทั้งจับฉลากจากคนที่จองยูนิตในโครงการ (ส่วนตัวมองว่าแบบนี้ดีสุดนะ) จับฉลากจากคนที่ลงทะเบียนในงาน PreSale หรือ วิธีที่ผมมองว่าแย่ที่สุดนั้นก็คือ 1st ระบบคิวแรกได้จองยูนิตราคาพิเศษ เพราะอะไร มันก็น่าจะดีนิก็ใครอยากได้ยูนิตราคาพิเศษก็ไปต่อคิวคนแรกๆเลย คือเอาจริงมันก็เหมือนจะดีนะครับ ถ้าไม่เกิดมีกรณีมีคนบางกลุ่มบางก้อนพยายามหาผลประโยชน์จากการต่อคิว …

 

ซึ่งสำหรับผมมองว่านับวันกลุ่มๆนี้เริ่มออกแนวมาเฟียสำหรับวงการนี้ ซึ่งหลายๆ Dev ก็มีการจัดการและไม่ได้นิ่งนอนใจ … สุดท้ายเงื่อนไขหรือวิธีการมีผลต่อการกระทำของคนนะครับ ใจจริงผมว่า Dev วางราคาให้กลุ่มยูนิตเหล่านี้ เหมือนการคือกำไรให้กับลูกค้าของโครงการ ด้วยความที่มีจำนวนอันน้อยนิด ดังนั้นผมก็หวังอยากให้ยูนิตราคาพิเศษ เหล่านี้ส่งถึงมือลูกค้าตัวจริงของโครงการนะครับ …

 

 

 

 

เป็นไงกันบ้างสำหรับบทความนี้ … เริ่มคิดต่อกันแล้วใช่มั้ย? ว่ายูนิตที่อยู่ในมือของแต่ละคนวันนี้ มันอยู่ในกลุ่มยูนิตประเภทไหนกันบ้าง และ ที่สำคัญกว่านั้น คือ ยูนิตที่คุณมีอยู่ในมือวันนี้มันตอบโจทย์วัตถุประสงค์การซื้อของคุณๆ กันจริงๆ รึเปล่าครับ … น่าคิดเนอะ

ผมเชื่อแน่ว่า สำหรับใครที่ได้อ่านบทความนี้และอ่านจนจบ สิ่งที่คุณจะได้รับแนวคิดจากบทความนี้ก็ คือ …

 

ยูนิตในแต่ละโครงการมีความแตกต่าง และ มีช่วงของราคา วิธีการเข้าซื้อ พร้อมกลุ่มเป้าหมาย หรือ วัตถุประสงค์การซื้อที่แตกต่างกัน … ดังนั้นอย่างที่ผมได้พูดไว้ตอนต้นว่า บทความนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อเป็นการ ช่วยแนะนำ หรือ ให้แนวคิดในการเลือกซื้อ กับคนทั่วๆไปในวงกว้าง ไม่ได้เจาะจงเขียนเพื่อกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เพียงกลุ่มเดียว แต่อาจเน้นเรื่องของ Real Demand มากหน่อย เพราะผมเชื่อว่า ทุกวันนี้ Real Demand ยังเข้าถึงข่าวสารเกี่ยวกับอสังหารฯ หรือโครงการที่เตรียมจะเปิดขาย PreSale กันน้อยอยู่ ซึ่งผมก็หวังว่า สำหรับใครที่กำลังมีความคิดที่เตรียมจะมองหาซื้อโครงการคอนโดที่เตรียมจะเปิดขาย PreSaleในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการของ Dev เจ้าไหน? ทำเลไหน ? หรือแม้กระทั้ง Segment อะไร? คุณจะสามารถตอบตัวของคุณเองได้เลยว่า… ยูนิตในโครงการที่คุณกำลังจะซื้อ ยูนิตนั้นๆ มันตอบวัตถุประสงค์การซื้อของคุณจริงๆใช่มั้ย?

 

จงจำไว้ว่า ” วัตถุประสงค์ในการซื้อ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ” ดังนั้น โดยเฉพาะ กลุ่ม Real Demand ที่มีความต้องการซื้อไว้อยู่อาศํยเอง ย้ำ !! ว่าอยู่อาศัยเองนะครับ … บางครั้ง ของบางอย่างที่มันไม่ได้ตอบโจทย์ เราก็ไม่จำเป็นที่ต้องแห่กันไปแย่งหรอกจริงมั้ย? เพราะในแต่ละโครงการมันมีประเภทยูนิตที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ในการซื้อของแต่ละคนอยู่แล้ว เชื่อผมเถอะ …

 

หมายเหตุ : ทำไมผมต้องคอยย้ำ เรื่องของวัตถุประสงค์ในการซื้อ … โดยเฉพาะกลุ่ม Real Demand  เพราะ หลายคนที่เป็น Real Demand โดยเฉพาะกลุ่มใหม่ๆที่พึ่งเริ่มมีความสนใจคอนโดมิเนียม มักแยกไม่ค่อยออกว่าการเลือกประเภทยูนิตที่ตัวเองอยากอยู่อาศัย กับ ประเภทยูนิตที่ขายต่อกระดาษหรือใบจอง (ขายก่อนโอนฯ) ไม่ค่อยออก … คือถ้าไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะอยู่เองหรือจะขาย ผมแนะนำควรเลือกประเภทยูนิต ในกลุ่มที่ Speculator เลือกกันไว้ก่อนปลอดภัยสุดนะครับ … เพราะไม่งั้นถ้าเลือกแบบก็ฉันชอบฉันอยากอยู่ แต่วันหน้าต้องขายคนอื่นอาจไม่ได้คิดแบบคุณนะครับ

 

 

ประมาณนี้ครับนะครับ กับบทความ  News : คอนโดฯ PreSale กับกลไกราคาที่คุณไม่เคยรู้ ” ซึ่งผมหวังว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์และสร้างแนวคิดใหม่ๆให้กับแฟนเพจทุกท่านได้ไม่มากก็น้อย หากใครที่อ่านบทความนี้แล้วไม่เข้าใจ หรือ เกิดข้อสงสัยในส่วนของเนื้อหาช่วงไหนยังไง ก็สามารถ Inbox เข้ามาสอบถามผมเป็นการส่วนตัวกันได้เลยครับ ผมยินดี พร้อมตอบ พร้อมช่วยอธิบาย …

 

ขอบคุณทุกๆท่านสำหรับการติดตาม

 

 

 

 

Related Post

Comments

comments